“คิง เพาเวอร์” โชว์ความสำเร็จโปรเจ็กต์ใหม่ “ซีเกรฟ” เลสเตอร์ สนามซ้อมเวิลด์คลาส ผงาดผู้นำปั้นนักเตะเด็กสู่ตลาดค้าแข้งโลก

  • พลัง คิง เพาเวอร์ เนรมิตพลังความสำเร็จของคนไทยผุดโปรเจ็กต์เวิลด์คลาส “ซีเกรฟ” 
  • สนามฝึกซ้อมฟุตบอลแห่งใหม่ในเลสเตอร์ ซิตี้ สหราชอาณาจักร 
  • เนรมิตให้กลายเป็นผู้นำศูนย์ปั้นนักเตะเยาวชนอังกฤษ และยุโรป สู่ตลาดสากล และเมืองกีฬาโลกแบบครบวงจร 
  • ชู 8 ส่วน ไฮไลต์เด่น STA/สปอร์ต เทิร์ฟ อะคาเดมี่ ศูนย์วิจัยสถาบันกีฬาแห่งแรก สถาปัตยกรรม วิวทิวทัศน์ สไตล์รักษ์โลก เฮลท์วารีบำบัด

“อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ได้ลงทุนสร้างสนามซ้อมแห่งใหม่ “ซีเกรฟ” ขึ้นในเลสเตอร์ โดยได้แปลงโฉมสนามกอล์ฟพาร์ค ฮิลล์ขนาด 18 หลุม  สร้างศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่แล้วเสร็จมาแล้วสองปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเลสเตอร์เชียร์ ในพื้นที่ขนาด 455 ไร่ นับเป็นโครงการใหญ่ที่สุดมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท (ประมาณ 103 ล้านปอนด์) มี สนามซ้อมกับ 1 อินดอร์สเตเดี้ยม ตอนนี้มีนักกีฬาเข้ามาอยู่ประมาณ 400 คน เกิดการจ้างงานเพิ่มเป็นกว่า 100 คน จากเดิม 60 คนรวมทั้งมีทำงานพาร์ทไทม์ด้วย

ขณะนี้ต้องยอมรับว่า ซีเกรฟ เลสเตอร์ เป็นสนามซ้อมดีที่สุดและพร้อมที่สุดในยุโรป เมื่อเปิดบริการโครงการนี้ได้ประโยชน์กับเยาวชนในอังกฤษและทั่วยุโรปสนใจกีฬาฟุตบอลเข้ามาอยู่ในอะคาเดมีซีเกรฟทั้งหมด จึงเห็นแนวทางการลงทุนลักษณะนี้เป็นเรื่องระยะยาว อนาคตคงจะไม่ต้องไปซื้อตัวนักเตะมูลค่าหลักร้อยล้านบาทอีกต่อไปแล้ว เพราะการปั้นเด็กใหม่เติบโตขึ้นมาตามขั้นตอนจะได้ผลดีกว่า ส่วนที่ดีคือ “แคนทีนบริการอาหาร” ของนักเตะ มีพื้นที่ขนาดใหญ่มากขึ้น ทุกทีมและทุกคนมาพบกันที่ห้องอาหารแห่งนี้  แต่ถ้าซ้อมจะเด็กจะต้องอยู่อีกฝั่งสนามด้านหน้าของโครงการ

สำหรับศูนย์ฝึกซ้อมดีไซน์โครงสร้างตึกมองจากมุมสูงเป็นรูปตัวจิ้งจอก รองรับเด็กตั้งแต่อายุ 9 -21 ขวบ นักกีฬาที่อยู่ในโซนอะคาเดมีจะเข้ามายัง เฟิร์สโซนของนักเตะไม่ได้ เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กได้เห็นพัฒนาของตัวเองแล้วก็หากจะทำให้ “ชีวิตประสบความสำเร็จ” จะต้องมีความพยายามฝึกเพื่อข้ามจากฝั่งอะคาเดมีมายังเฟิร์สโซนให้ได้  โดยทุกคนจะเห็นแต่ละต้องเป็นขั้นตอนตามลำดับ เด็กอายุ 12,15,18,21 ปี จะดีไซน์ห้องฝึกไม่เหมือนกัน การขยับจาก ยู 12 ห้องจะเปลี่ยนดีขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวอยู่ใกล้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทุก ๆ ปี จะมีคนเติบโตเปลี่ยนเข้ามาตามลำดับ

ขณะที่การลงทุนโครงการสนามซ้อมแห่งใหม่ “ซีเกรฟ” เลสเตอร์ ครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของนักธุรกิจครอบครัวคนไทยตระกูล “ศรีวัฒนประภา” รวมทั้งครอบครัว “เลสเตอร์” สามารถรวมพลังร่วมกันสร้างความฝันให้เป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระทั่งวันนี้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานของสโมสรเพื่อคนรุ่นต่อไปด้วย

โดยได้วางแผนทั้งปัจจุบันและในอนาคตทุ่มเทพัฒนาซีเกรฟครั้งสำคัญให้สโมสรและนักเตะทุกคนใน“เลสเตอร์ ซิตี้” เป็นนักเตะที่มีประสิทธิภาพจึงได้เลือกใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ดีและทันสมัยที่สุด เป็นหัวใจหลักในการสร้างสภาพแวดล้อมเรื่องฝึกซ้อมและสร้างบรรยากาศทุกวันให้กับทีม พร้อมจะยกระดับให้นักเตะกับทีมงานของสโมสรก้าวไปด้วยกัน เติบโตเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน  

ทั้งนี้ “ครอบครัวศรีวัฒนประภา” ได้เข้าซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2553 (ค.ศ.2010) จากนั้นในปี2561 (ค.ศ.2018) สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ วางแผนลงทุนก่อสร้างสนามฝึกซ้อมแห่งใหม่มาตั้งแต่หลัง 2 ปีที่ได้ทำบันทึกประวัติศาสตร์โลกนำทีมเลสเตอร์คว้า “แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016” สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในรอบกว่า 130 ปีโครงการก่อสร้างสนามฝึกซ้อม “ซีเกรฟ” แห่งใหม่ถือเป็นส่วนสำคัญของช่วงเวลาแห่งประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอกย้ำสานฝันของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานสโมสรเลสเตอร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นเป็นทีมชั้นนำของวงการฟุตบอลอังกฤษมาได้จนถึงทุกวันนี้

กระทั่งได้พัฒนาสนามซ้อมแห่งใหม่ “ซีเกรฟ” ให้กลายเป็นสนามฝึกซ้อมระดับ “เวิลด์คลาส” ศูนย์กีฬาที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มจากลงเสาเข็มก่อสร้างเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2562 (ค.ศ.2019) แปลงโฉม “สนามกอล์ฟพาร์คฮิลล์” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้

ระหว่างการแนะนำสนามฝึกซ้อม ได้เปิดตัวของที่ระลึกคอลเลคชั่นใหม่ THAI SONG DUM (ไทยทรงดำ)ในโครงการLCFC x Community Power ซึ่งมีทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ 1.เสื้อยืดปักมือ 2.เสื้อยืดย้อมฮ่อม 3.รุ่น Limited Edition 3.แจ็กเก็ตสไตล์มินิมอล รุ่น Limited Edition มีเพียง 200 ตัวในโลก 4.กระเป๋าคาดเอว 5.หมวกแก๊ปผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม 6.พวงกุญแจนำโชค และ 7.ลูกบอลผ้าฝ้ายทอมือย้อมคราม วางขายเป็นทางที่ Foxes Fanstore เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ Shop.lcfc.com, ร้าน LCFC ชองคิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และออนไลน์ที่ www.kingpower.com และ Facebook : Leicestershop_th

ขณะที่สนามฝึกซ้อมใหม่ “ซีเกรฟ” ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ มีไฮไลต์สำคัญสไตล์ Mix Use ธุรกิจเวิลด์คลาสทางกีฬาที่หลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวกัน มีทั้งศูนย์ฝึกซ้อม สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ศูนย์สปอร์ตอะคาเดมี ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ประกอบด้วย 8 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 อาคาร วิชัย ศรีวัฒนประภา อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์กลางหลักของศูนย์ฝึกซ้อม ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับอดีต ประธานสโมสร ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดของสโมสร ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่สำคัญของ วิชัย ที่มีต่อสโมสร ซึ่งปัจจุบันได้รับ การสานต่อโดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ภายในอาคารมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ ทีมฟุตบอลชายสำนักงาน ที่พัก ห้องอาหารและสันทนาการของทีมชุดใหญ่ ซึ่งมีระเบียงที่สามารถมองเห็น สนามฝึกซ้อมด้านนอกของทีม

ส่วนที่ 2 คิง เพาเวอร์ เซ็นเตอร์ ศูนย์สถาปัตยกรรมรูปโดมโดดเด่นที่สุดตัดกับภูมิทัศน์อันสวยงาม มีสนามหญ้าเทียมในอาคารมีบริการครบวงจรทั้ง ศูนย์ฝึกซ้อมสำหรับเยาวชนตามระดับอายุที่เหมาะสม ศูนย์อำนวยการสื่อมวลชน ห้องแถลงข่าว ห้องถ่ายทอดสด และพื้นที่สำหรับสันทนาการต่าง ๆ

ส่วนที่ 3 สนามแข่ง รวม 1 สนามแข่งขันย่อย จุคนดูได้ถึง 499 ที่นั่ง ใช้จัดการแข่งขัน เอฟเอ ยูธ คัพ, พรีเมียร์ลีก 2 และฟุตบอล หญิงเลสเตอร์ ซิตี้

ส่วนที่ 4 สนามฝึกซ้อม 21 สนาม แบ่งเป็นสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน 14 สนาม

ส่วนที่ 5 สนามกอล์ฟส่วนตัว แบบ 9 หลุม

ส่วนที่ 6 ระบบวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี

ส่วนที่ 7 ศูนย์ฟิตเนสและระบบวารีบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย (Hydrotherapy)

ส่วนที่ 8 สปอร์ต เทิร์ฟ อะคาเดมี่ Sports Turf Academy (STA) ศูนย์กลางวิจัยอะคาเดมี่แห่งแรก ที่ใช้ในการ

เรียนรู้และ ศึกษาพัฒนานวัตกรรม การจัดการสนามหญ้าเพื่อจัดการแข่งขันให้กับทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่สนามกีฬามืออาชีพจากทั่วโลก

ปัจจุบัน “สนามฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ แห่งใหม่ ซีเกรฟ” ได้กลายเป็น “บ้านหลังใหม่” ของนักเตะทีมชายทั้งหมด รวมถึงอะคาเดมี่ ของเหล่านักเตะพร้อมจะสร้างชื่อเสียงความเป็นแบรนด์คนไทยในวงการฟุตบอลยุโรปและระดับโลก

ส่วนสนามซ้อมเดิมที่ “บีเวอร์ ไดรฟ์” ของสโมสรฯมาเกือบ 60 ปี ได้กลายเป็นบ้านของทีมฟุตบอลหญิง เลสเตอร์ ซิตี้เข้าไปอยู่กับสโมสรตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 นายจอห์น เลดวิดจ์หัวหน้า ศูนย์การเรียนรู้ และอบรมการสร้าง และการดูแลสนามหญ้าเพื่อการแข่งขันกีฬา กับนาย โทนี่ คาวาเนอร์หัวหน้า ฝ่ายปฏิบัติการสนามซ้อม สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ได้นำชมรายละเอียดต่าง ๆ ภายในศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟ ของคิง เพาเวอร์ อย่างละเอียด โดยได้ยืนยันให้เห็นถึงหลักเวชศาสตร์การกีฬา โภชนาการ การฝึกทักษะลงทุนทำสนามหญ้าเพื่อการแข่งขันฟุตบอลนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ต่อชัยชนะในการแข่งขันแต่ละแมชท์ของแต่ละทีมที่ส่งผลคว้าชัยชนะได้หรือไม่นั่นเอง
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza,www.facebook.com/penroongyaisamsaen