กักตัวด่วน! “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส หลังอีเว้นท์สื่อค่ายดังมีผู้ติดโควิด

  • เหตุไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่มีการเว้นระยะห่าง
  • พ่อ “ปันปัน” ติดเชื้อโ​ควิด 19 จากงานนี้แล้ว 
  • สธ.แนะเคร่งครัดมาตรการป้องกัน หวั่นคลัสเตอร์ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีเอกสารจากหลักสูตร  Digital Tranformation For CEO#3  เครือเนชั่น  แจ้งให้กับคนในหลักสูตร  ขอให้ผู้ที่เข้าอบรมและอยู่ในงานเลี้ยงตอนค่ำ ไปทำการตรวจโควิด-19 และกักตัวเองเพื่อความปลอดภัย  โดยงานดังกล่าวมี นายฉาย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป เดินทางมาเป็นประธานเปิดตัวหลักสูตร พร้อมกับ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ผู้บริหารระดับสูงหลายองค์กร และผู้เข้าร่วมการอบรม เข้าร่วมงานจำนวนมาก

ซึ่งภาพบรรยากาศภายในงาน เป็นที่สงสัยว่าในงานมีมาตรการคัดกรองหรือไม่ เพราะปรากฏภาพ ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย และไม่มีการเว้นระยะห่าง มีการสังสรรดื่มกิน โดยปราศจากการปฏิบัติตามมาตรการของ ศคบ. และภายหลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมงานสังสรรค์ อย่างน้อย 3 คน

นอกจากนั้น ยังพบข่าวว่าหลังการเข้าร่วมงานงาน นาย สุรศักดิ์ อุดมศิลป์ หรือ พ่อของน้องปันปัน ดาราสาวชื่อดัง ไปตรวจโควิดในวันที่ 7 เมษายน พบว่าติดโควิดด้วย

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายชัยวุฒิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ยังเข้าร่วมประชุม ครม.ในวันที่ 7 เม.ย.2564 หลังจากที่ทางผู้จัดขอให้ตรวจเชื้อ และกักตัวตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2564

ล่าสุด 8 เมษายน 2564 น.พ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข  เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า

ต้องขอบคุณผู้จัดงาน ที่มีความรับผิดชอบ และดำเนินการเรียกผู้ร่วมงานเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค เพราะ ต้องยอมรับว่า จากข้อมูล และภาพที่ปรากฏ งานลักษณะดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เพราะมีรายงานว่า ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อบางคน มีกิจกรรมนี้ อยู่ในไทม์ไลน์ด้วย และจะกลายเป็นงานหนักของทีมควบคุมโรค

ปัจจัยสำคัญการระบาดโควิด 19 ในรอบนี้ พบว่า เกิดจากการรวมตัวของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในที่แคบและอากาศปิด  เช่น งานเลี้ยง สังสรรค์ อีเว้นท์ ตัวอย่างการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 4 เหตุการณ์ ปรากฏว่าติดเชื้อถึง 42 คน หรือ 63.6% จากผู้ร่วมงาน 66 คน

ข้อมูลด้านระบาดวิทยาพบว่า พฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ คือ การไม่สวมหน้ากากอนามัย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วเดียวกัน อยู่ในสถานที่แออัดร่วมงานเป็นเวลานาน ใช้มือหยิบจับอาหารและน้ำแข็ง โดยเฉพาะหลังจากมึนเมา มีการเต้นรำและอยู่ใกล้ชิดกัน

ดังนั้น ขอให้ ผู้ที่มีความเสี่ยงจากงานกิจกรรมข้างต้น รีบมาตรวจหาเชื้อ และกักตัว ด่วน ก่อนจะแพร่ระบาดจากท่านเป็นวงกว้าง เป็นคลัสเตอร์ใหม่

“ผู้จัดงานอีเว้นท์ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ความสำเร็จของการควบคุมโรคขึันกับทุกคนต้องช่วยกัน หากการ์ดตก แม้แต่น้อย คนไทยทั้งชาติ ต้องเจอปัญหาใหญ่ตามมา ปิดปาก ปิดจมูก อาจจะอึดอัด แต่ก็ดีกว่าปิดบ้าน ปิดเมือง ขอให้คนไทยช่วยกัน สำหรับงานที่เป็นข่าวนั้น ต้อง ขอบคุณผู้จัดงานที่มีความรับผิดชอบเรียกผู้ร่วมงานเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ นายฉาย  เป็นสามีของ “มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แกนนำ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ ที่ออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับไทม์ไลน์ของรัฐมนตรี ที่ติดโควิด-19 และ สื่อในเครือเนชั่น ออกมาเสนอภาพข่าวความจริงครึ่งเดียว ในการถอดหน้ากากเพื่อดื่มน้ำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระหว่างเป็นประธานในงานเจริญพระพุทธมนต์  ก้าวสู่ปีที่ 13 ของพรรคภูมิใจไทย  แต่การจัดกิจกรรมของเครือเดอะเนชั่น ที่ทำการเปิดตัวหลักสูตร Digital Tranformation For CEO#3 ทั้งที่เป็นสื่อสารมวลชนกลับไม่มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งเรื่อง หน้ากากอนามัย และ การเว้นระยะห่าง ซึ่งเป็นมาตรการความรับผิดชอบต่อสังคมที่สำคัญ  ทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการระบาดของคลัสเตอร์ใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้ ต้องควบคุมกิจกรรมของประชาชน สร้งผลกระทบต่อการทำมาหากินของประชาชนตามมา