กสอ. สั่งการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม รวบรวมเครื่องจักรกลที่ทันสมัย

  • รองรับความต้องการของผู้ประกอบการเกษตร 
  • ท่ีไม่ต้องไปลงทุนซื้อเครื่องจักรที่มีราคาสูง 
  • ใช้ศึกษาและทดสอบตลาดของผลิตภัณฑ์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำแผนฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและการยกระดับภาคการเกษตรไปสู่เกษตรอุตสาหกรรม ตั้งแต่วิกฤตโควิด-19เริ่มระบาดในประเทศไทย ซึ่งพบว่าปัจจัยที่จำเป็นในการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการ  คือ เครื่องจักรกล ที่เป็นหนึ่งในกรณีที่ภาคการเกษตรประสบปัญหา ขาดแคลน จึงได้สั่งการให้  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ไป เร่งรัดการดำเนินงานศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC 4.0) ทั่วประเทศ รวม11ศูนย์ ในการจัดหาเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อการให้บริการที่รองรับกับความต้องการของผู้ประกอบการเกษตร ให้สามารถมาใช้เครื่องจักรของศูนย์ปฏิรูปฯสำหรับแปรรูปวัตถุดิบหรือผลผลิตเพื่อลดต้นทุนได้อีกทางหนี่ง

สำหรับ เป้าหมายหลักของการปฏิรูปอุตสาหกรรมผ่านการดำเนินงานของศูนย์ปฏิรูปฯ คือ การให้บริการทดลอง ทดสอบ เพื่อการแปรรูปผลผลิตทางทางการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรที่มีราคาสูง เพื่อใช้ศึกษาความเป็นไปได้และทดสอบตลาดให้ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็น นักธุรกิจเกษตร ที่เข้มแข็ง

ทั้งนี้ใน ปัจจุบันศูนย์ ปฏิรูปฯมีความพร้อมให้บริการผู้ประกอบการแล้วอาทิ  ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้รวบรวมเครื่องจักรกลเพื่อให้บริการกับผู้ประกอบการและเกษตรกร อาทิ เครื่องสกัดด่วน (Hi Speed Extractor) เครื่องระเหยเข้มข้น (Falling Film Evaporator) เครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dryer) และเครื่องอบแห้งระบบปั้มความร้อน (Heat Pump Dryer) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกร และยังมีการให้บริการด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Design Center) ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย สอดรับความต้องการของตลาดด้วย 
 
สำหรับ การดำเนินงานที่ผ่านมามีเกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในธุรกิจจนประสบความสำเร็จ อาทิ นางวิมล ฟักทอง ผู้ประกอบการบริษัท เห็ดดีไลท์ ไทยออร์แกนิค จำกัด อ.พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้แปรรูปเห็ดหูหนูผ่านเครื่องอบแห้งระบบปั๊มความร้อน เพื่ออบเห็ดให้แห้งและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำเห็ดเจลลี่เฟรช ทำให้รายได้จากการจำหน่ายเห็ดหูหนูแห้งราคากิโลกรัม( กก.)ละ 250 บาท เพิ่มเป็น กก.ละ 500 บาท ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 40,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น