กระทรวงคมนาคมเร่งเครื่องแผนป้องกันน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต

นายมนตรี เดชาสกุลสม รองปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานโครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต ครั้งที่ 2/2567 ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานโครงการก่อสร้างสายพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิตของกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมขัง ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันโครงการมีผลงานก่อสร้าง ระยะที่ 2 ตอนที่ 1  คืบหน้า 65.664% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2567 ตอนที่ 2 คืบหน้า 73.464% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2567 ตอนที่ 3 คืบหน้า 98.022%% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2567 และระยะที่ 3 คืบหน้า 4.527  คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ ทล. เร่งรัดผู้รับจ้างให้ดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานโดยเร็ว และให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2567 ในวันที่ 6 มีนาคม 2567 พร้อมทั้งจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการฯ อีกด้วย

นอกจากนั้น ทล. ยังได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดที่มีการร้องเรียนจากประชาชน ได้แก่ บริเวณซอยวิภาวดี 16 ได้ก่อสร้างสะพานและจัดการจราจรให้ผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวกเรียบร้อยแล้ว ส่วนบริเวณแยกสุทธิสาร การไฟฟ้านครหลวงจะคืนพื้นที่ให้โครงการสามารถก่อสร้างได้ภายในเดือนมีนาคม 2567 ส่วนบริเวณทางเข้าอาคารสำนักงานไทยรัฐก่อสร้างสะพานทางเชื่อมไทยรัฐประตู 3 แล้วเสร็จ พร้อมปูทางเท้าและวางกระถางต้นไม้และราวกันตก หน่วยงานสื่อสารยกสายสื่อสารให้มีระดับความสูงเพื่อให้รถบรรทุกของไทยรัฐสามารถผ่านได้ โดยจะเดินสายสื่อสารใหม่ภายในเดือนเมษายน 2567 และหน้าโรงเรียนหอวัง ทล. ได้ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ กทม.ปรับรูปแบบบ่อพักและท่อระบายน้ำเสียแล้ว 

นายมนตรี กล่าวต่อว่า ทล. อยู่ระหว่างร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ รฟท. เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินบนเขตแนวรถไฟ ช่วง กม. ที่14+000 – 25+500 ถนนวิภาวดีรังสิต (หลักสี่ – ดอนเมือง) คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2567 

ขณะที่ความคืบหน้าการปรับปรุงรูปแบบสะพานทางเชื่อมคูน้ำวิภาวดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดในทุกมิติ เช่น งบประมาณ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ราคาต่อยูนิต ความแข็งแรงของโครงสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงสำรวจปริมาณงานที่ต้องใช้ราคาค่าก่อสร้าง เป็นต้น