“ศักดิ์สยาม” สั่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์ “ชุมพร-ระนอง” เต็มพิกัด-เร่งจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ

  • พร้อมเร่ง สนขศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการคาดว่ากลางเดือนน่าจะได้ข้อสรุป
  • หลังจากนั้นจะเดินหน้าโรดโชว์ ทั้งในประเทศต่างประเทศ 
  • พร้อมผลักดันตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ

นายศักดิ์สยาม​ ชิดชอบ​ รมว.คมนาคม ​ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์​ ระหว่างจังหวัดชุมพร-ระนอง ว่า​  ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาได้เข้ามารายงาน​แล้ว​ โดยเส้นทางยังเป็นตามแนวการศึกษาแผนพัฒนาโครงข่าย MR-MAP​ ชุมพร-ระนอง​ แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าเส้นทางเดียวจะเพียงพอหรือไม่​ เบื้องต้น​ ขณะนี้มี​ 2 เส้นทาง แบบเส้นทางระยะสั้น​ มีระยะทาง72 และระยะยาว​ ระยะทาง 93 กม.ซึ่งทั้งหมดมีทั้งข้อดีและข้อด้อย​ และอาจจะกระทบสิ่งแวดล้อม​ แต่จะพิจารณาเรื่องเส้นทางที่ประหยัดเวลา​ สะดวก​ และมีความปลอดภัย​ 

พร้อมทั้งได้สั่งการให้​ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ศึกษาเรื่องคอนเซปต์​ โดยยืนยันว่า​  ภาครัฐบาลจะไม่เป็นผู้ลงทุนเอง แต่จะเปิดให้เอกชน ที่สนใจเข้ามาลงทุนร่วมกับภาครัฐ ในรูปแบบ PPP โดยเมื่อผลการศึกษาแล้วเสร็จ​ กระทรวงคมนาคมจะเสนอนายกรัฐมนตรี​ให้ทำโรดโชว์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งขณะนี้โครงการได้รับความสนใจจากต่างประเทศ​ ขำนวนมากที่จะเข้ามาลงทุน เช่น​ ฝรั่งเศส​ ญี่ปุ่น​ จีน อเมริกา และอังกฤษ ​ โดยคาดภายในกลางปี​ 65จะดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จซึ่งจะสามารถรองรับปริมาณสินค้าได้ประมาณ 20 ล้านทีอียู

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า  ในส่วนของการจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาตินั้น ล่าสุด ผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่า ควรจัดตั้งสายการเดินเรือแห่งชาติ 2 เส้นทาง คือ 1) การเดินเรือภายในประเทศ (Domestic Marine Line) เชื่อมโยงการเดินทางอ่าวไทย ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกระทรวงคมนาคมจะสนับสนุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและท่าเทียบเรือ เพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าว รวมทั้งการพิจารณาอนุญาตเกี่ยวกับสายการเดินเรือ ซึ่งปัจจุบัน จท. ได้ร่วมกับบริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด นำเรือ Ro-Ro Ferry “The Blue Dolphin” เดินเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าว เส้นทางระหว่าง จ.ชลบุรี – จ.สงขลา เปิดให้บริการเส้นทางสัตหีบ – สงขลา ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้การพัฒนาสายการเดินเรือภายในประเทศ (Domestic Marine Line) เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศ  ซึ่งได้เริ่มทดสองให้บริการเดินเรือเมื่อเดือนพฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา และมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 65 โดยระยะแรกจะเปิดให้บริการเส้นทางท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ (จุกเสม็ด) – ท่าเรือสวัสดิ์ จ.สงขลา ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร ลดปริมาณรถในการขนส่งสินค้าได้ประมาณ 90,000 คันต่อปี 

และ 2) การเดินเรือในระดับ International แบ่งเป็น สายการเดินเรือฝั่งตะวันออก (East) ตั้งแต่กัมพูชา เวียดนามเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และฝั่งตะวันตก (West) ได้แก่ แอฟริกา และยุโรป หรือกลุ่ม BIMSTEC คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 65