Tuesday, June 28, 2022
Home ย่อโลก

ย่อโลก

Array ( [0] => ชี้ [1] => ราคาทองคำ [2] => อาจหวนคืน [3] => เตะผลประโยชน์สหรัฐออกจากตลาดน้ำมัน )

ชี้ ราคาทองคำ อาจหวนคืน เตะผลประโยชน์สหรัฐออกจากตลาดน้ำมัน1

Array ( [0] => “จีน” [1] => ขึ้นแท่น [2] => จีดีพี [3] => ขยายตัวช่วงโควิดระบาด [4] => กวาดเม็ดเงินลงทุนท่ัวโลกสูงที่สุด )

“จีน” ขึ้นแท่น จีดีพี ขยายตัวช่วงโควิดระบาด กวาดเม็ดเงินลงทุนท่ัวโลกสูงที่สุด1

Array ( [0] => เฟด [1] => ยอมให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผล-ซื้อหุ้นคืน )

เฟด ยอมให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผล-ซื้อหุ้นคืน1

Array ( [0] => โลกคาดหวังวัคซีนจากไฟเซอร์ [1] => และแอสตราเซเนก้าสูง [2] => ขณะ”ทรัมป์”ประกาศฉีดให้คนอเมริกันก่อน )

โลกคาดหวังวัคซีนจากไฟเซอร์ และแอสตราเซเนก้าสูง ขณะ”ทรัมป์”ประกาศฉีดให้คนอเมริกันก่อน1

Array ( [0] => 14 [1] => ธ.ค.วัคซีนต้านโควิดคลอดแน่“โอบาม่า”ขอฉีดทดลอง [2] => สร้างความเชื่อมั่นคนผิวสี )

14 ธ.ค.วัคซีนต้านโควิดคลอดแน่“โอบาม่า”ขอฉีดทดลอง สร้างความเชื่อมั่นคนผิวสี1

Array ( [0] => จีน [1] => เสนอทางออกเศรษฐกิจโลกต้องใช้ [2] => ดิจิทัล [3] => อีโคโนมี [4] => แก้เท่านั้น )

จีน เสนอทางออกเศรษฐกิจโลกต้องใช้ ดิจิทัล อีโคโนมี แก้เท่านั้น1

มหันตภัยจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ชาวโลกติดเชื้อแล้ว 60 ล้านคน สหรัฐยังเป็นประเทศอันดับ 1 ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 13 ล้านคน ตายอันดับหนึ่ง1.41 ล้านคน สหรัฐ-เยอรมนี คาดหวังกระจายวัคซีนโควิดให้ประชากรตนได้หลังการอนุมัติในวันที่ 10 ธ.ค. จำนวน 6.4 ล้านโดส และ 300 ล้านโดสสำหรับชาวเยอรมนี .รายงานการระบาดของโควิด-19การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงทำลายสถิติโลกต่อเนื่อง โดยช่วงกลางสัปดาห์ ปรากฏมีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลกแล้วถึง 60 ล้านคน กลายเป็นมหันตภัยลามทุ่งที่ระบบการสาธารณสุขของแต่ละประเทศเอาไม่อยู่ โดยสหรัฐยังคงเป็นประเทศที่เกิดวิกฤตที่สุดที่มีผู้ติดเชื้อวันเดียวสูงถึง 543,335 คนเสียชีวิตสะสมกว่า 1.41 ล้านคน ส่วนยอดติดเชื้อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านคน สำหรับการพัฒนาวัคซีนของสหรัฐร่วมกับไบออนเทค-เยอรมนี ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งชาติ(FDA)ในวันท่ี 10 ธ.ค.และพร้อมจะแจกจ่ายไปท่ัวประเทศตามความเหมาะสมจำนวน 6.4 ล้านโดสภายใน 1 สัปดาห์หลังได้รับอนุมัติ ."อีลอน มัสก์" รวยติดอันดับ 2 ของโลก นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทสลา อิงค์ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐได้กลายเป็นมหาเศรษ ฐีที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แซงหน้า นายบิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ โดยได้แรงหนุนจากราคาหุ้นเทสลาที่พุ่งขึ้นกว่า 520% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ซึ่งทำให้ความร่ำรวยของนายมัสก์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 100, 000 ล้านเหรียญในปีนี้     ราคาหุ้นเทสลายังได้รับปัจจัยบวกจากการที่บริษัท S&P Dow Jones Indices LLC ผู้จัดทำดัช นีตลาดหุ้นนิว ยอร์ก เตรียมนำหุ้นของเทสลาเข้ารวมในการคำนวณดัชนี S&P 500 ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ด้วย ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้จัดทำ Billionaires Index บ่งชี้ว่า ณ วันจันทร์ที่ 23 พ.ย.63 ว่า นายมัสก์มีทรัพย์สินรวมมูลค่าทั้งสิ้น 127,900 ล้านเหรียญ แซงหน้านายเกตส์ ซึ่งหล่นลงมาอยู่ที่อันดับ 3 ด้วยทรัพย์สินมูลค่ารวม 127,700 ล้านเหรียญโดยนับเป็นครั้งแรกที่ซีอีโอของเทสลามีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์. 5 อันดับมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในโลก มหาเศรษฐีผู้มั่งงคั่งที่สุดในโลกของ Bloomberg Billionaires Index ได้แก่ 1.เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอแอมะซอน (สหรัฐ): 182,000 ล้านเหรียญ 2. อีลอน มัสก์ ซีอีโอเทสลา (สหรัฐ): 127,900 ล้านเหรียญ 3. บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์(สหรัฐ): 127,700 ล้านเหรียญ 4.เบอร์นาร์ด อาร์โนลท์ ซีอีโอหลุยส์ วิตตอง (ฝรั่งเศส): 105,000 ล้านเหรียญ5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก (สหรัฐ): 102,000 ล้านเหรียญ .จีนชี้เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นกลไกใหม่หนุนโลกสถาบันศึกษาไซเบอร์สเปซของจีน เปิดเผยรายงาน World Internet Development Report 2020 ระบุว่า ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกนั้น เศรษฐกิจดิจิทัลถูกมองว่า จะเป็นกลไกลใหม่สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รายงานระบุว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกไปสู่ระบบดิจิทัล โดยเศรษฐกิจดิจิทัลมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นพลังสำคัญที่จะพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถด้านการกำกับดูแล    “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระตุ้นอุปสงค์ด้านการประสานงานระบบคลาวด์เทอร์มินัล และการสร้างระ บบอัจฉริยะ ขณะที่อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเผชิญโอกาสด้านการพัฒนาใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ Digital Econo my Report 2019 ระบุว่าปี 62 เศรษฐกิจดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วน 4.5% - 15.5% ของ GDP โลก และในช่วงต้นปี 63 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 4,500 ล้านคน โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 3,800 ล้านคนและคิดเป็น 60% ของผู้ใช้งานออน ไลน์ทั่วโลก”.จีนเสี่ยงโควิดระบาดเพิ่มในฤดูหนาวนายหลี่ บิน รองผู้อำนวยการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) คาดการณ์ว่า จีนจะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศซึ่งเกิดจากผู้ที่ติดเชื้อจากต่างประเทศ นายหลี่ กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มที่จะพบการแพร่ระบาดแบบกระจัดกระจายหรือแบบกลุ่มก้อนเป็นระยะๆ ในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบ ไม้ผลิที่จะถึงนี้ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงนี้ จีนจะทำการรณรงค์ด้านสาธารณสุข และสุขอนามัยในฤดูกาลนี้ เพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และโรคติดเชื้อตามฤดูกาลอื่นๆ.ขานรับ“ไบเดน”เล็งตั้ง“เยลเลน”นั่งคลังวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ มีแผนจะเสนอชื่อนางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ(FED)ให้ดำรงตำแหน่งรมว.คลังคนใหม่ หากการเสนอชื่อได้รับการรับรองจากวุฒิสภา นางเยลเลนวัย 74 ปี ก็จะกลายเป็นสุภาพสตรีคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้นี้ของสหรัฐ     ข่าวการเสนอ ชื่อนางเยลเลน เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า 300 จุด และพุ่งขึ้นต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ควบคู่ไปกับการข่าวดีของการใช้วัคซีนป้องกันไวรัสในเวลาอันใกล้ เนื่องจากตลาดเชื่อมั่นว่า นางเยลเลนจะสามารถกอบกู้เศรษฐกิจสหรัฐให้รอดพ้นวิกฤตการณ์ โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจต้องเผชิญกับผล กระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ ในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา นางเยลเลนนับเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานเฟดหนึ่งสมัย ก่อนที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแต่งตั้ง นายเจอโรม พาวเวล ขึ้นมาเป็นประธานเฟดคนปัจจุบัน .เยอรมนีเล็งเริ่มโครงการฉีดวัคซีนธ.ค.นี้นายเจนส์ สปาห์น รมว.สาธารณสุขเยอรมนี เปิดเผยว่า เยอรมนีอาจเริ่มฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แก่ประ ชาชนอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนหน้า ทั้งนี้ นายสปาห์น ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า "มีสัญญาณบ่งชี้ว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 อาจจะได้รับอนุมัติในยุโรปปีนี้ และจากนั้นเราก็จะเริ่มดำเนินการฉีดให้กับประชาชน" นายสปาห์น ได้ขอให้รัฐ บาลกลางเยอรมนีเตรียมศูนย์ฉีดวัคซีนให้พร้อม ก่อนที่วัคซีนจะได้รับการอนุมัติเพ่ือฉีดให้กับประชาชนต่อไปโดยเยอร มนีได้รับวัคซีนมากกว่า 300 ล้านโดสผ่านคณะกรรมาธิการยุโรป(EC)ตามสัญญาทวิภาคี โดยปริมาณนี้มีพอแบ่งปันแก่ประเทศอื่นด้วย.โควิดป่วนเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไม่แน่นอนกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้ เปิดเผยรายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจรายเดือน หรือ Green Book ในวันนี้ระบุว่า เกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 แม้มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม รายงาน Green Book ระบุว่าข้อมูลเศรษฐกิจของเกา หลีใต้เมื่อเร็วๆนี้บ่งชี้ว่า การส่งออกฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ภาคการผลิตฟื้นตัวด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เศรษฐ กิจที่แท้จริงของเกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน อันเนื่องจากไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลกขณะที่ภาค บริการ และการจ้างงานภายในประเทศฟื้นตัวในกรอบจำกัด    ผู้บริโภคมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกที่เป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ในหลายประเทศที่สำคัญและส่งผลให้เกิดการใช้มาตรการล็อกดาวน์ตามมา อย่างไร ก็ดี ประชาชนเริ่มมีความหวังมากขึ้น หลังจากผลการทดลองวัคซีนต้านโรคโควิด-19 มีความคืบหน้า โดยก่อนหน้านี้ GDP ของเกาหลีใต้ ขยายตัว 1.9% ในไตรมาส 3/63 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดส่งออกรถยนต์ และชิปความจำ หลังเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่าง ไรก็ดี การบริโภคภาคเอกชนยังขยับลง 0.1% และการลงทุนด้านการก่อสร้างร่วงลง 7.8% .บิตคอยน์มีแววพุ่งแตะ 74,000 ดอลล่าร์นักวิเคราะห์พยายามปั่นคาดการณ์ว่า บิตคอยน์มีแนวโน้มพุ่งแตะระดับ 74,000 ดอลล่าร์ในปีหน้า หลังกลับมาพุ่งขึ้นทะ ลุระดับ 19,000 ดอลลาร์เม่ือช่วงกลางสัปดาห์ ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี บิตคอยน์นับเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำรา คาได้ดีที่สุดในปีนี้ โดยทะยานขึ้นกว่า 166% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ส่วนในเดือนนี้ราคาบิตคอยน์ได้พุ่งขึ้นเกือบ 40% โดยบิต คอยน์ได้แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน(ฟินเทค)ซึ่งรวมถึง PayPal และ Square ที่หันมาทำธุรกรรมบิตคอยน์ นายทอดด์ กอร์ดอน ผู้ก่อตั้งบริษัท Trading Analysis.com เปิดเผยกับรายการ "Trading Nation" ของสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า นับเป็นเรื่องยากที่จะประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากบิตคอยน์มีจำ นวนจำกัดในขณะนี้ และคาดว่าจะมีการผลิตบิตคอยน์เพียง 21 ล้านหน่วยเท่านั้น    ขณะที่นักวิเคราะห์รายอื่นๆ มองว่า การดีดตัวของบิตคอยน์ในครั้งนี้แตกต่างจากในอดีต เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากกระแสตอบรับที่คึกคักจากกลุ่มบริษัทฟินเทค โดย PayPal ยักษ์ใหญ่ฟินเทค ประกาศว่า ทางบริษัทจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถทำการซื้อขายบิตคอยน์ และสกุลเงินคริปโตอื่นๆและในช่วงต้นปีหน้า โดย Pay Pal มีแผนที่จะให้ลูกค้าใช้สกุลเงินคริปโตในการซื้อสินค้าจากเครือข่ายร้านค้าปลีกจำนวน 26 ล้านรายของบริษัท ด้าน Square ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทคของสหรัฐ เปิดเผยในเดือนก่อนว่า บริษัทได้เข้าซื้อบิตคอยน์เป็นมูลค่าถึง 50 ล้านเหรียญก่อนหน้านี้ Square ได้เปิดให้บริการสกุลเงินคริปโต สำหรับลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่น Cash ของบริษัท     บิตคอยน์ยังได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาล และธนาคารกลางทั่วโลกพากันออกมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตรการนี้ได้ทำให้สกุลเงินของหลายประ เทศอ่อนค่าลง รวมทั้งดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือครองบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น."หลี่ เค่อเฉียง"มั่นใจเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวดี นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แสดงความเชื่อมั่นว่า พัฒนาการทางเศรษฐกิจของจีนมีโอกาสที่จะกลับสู่ระดับที่เหมาะสมมากขึ้นในปีหน้า โดยระบุว่า เศรษฐกิจจะกลับมาดีดตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังประสบภาวะถด ถอยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปีนี้ "เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงฟื้นตัวและมีแนวโน้มการเติบโตเป็นไปในทิศ ทางบวกในปีนี้ หลังได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วงไตรมาสแรก" นายหลี่ กล่าวกับผู้นำสถาบันทางเศรษฐกิจระหว่างประ เทศทั้งหกแห่ง รวมถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ด้วย    "เราคาดว่า เศรษฐกิจจีนจะกลับคืนสู่ในระดับที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้ในปีหน้า นโยบายระดับมหภาคของจีนจะยังคงมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และมีความยั่งยืน" นายหลี่กล่าว นายหลี่ยังเน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจจีนที่ให้การบริโภคเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และค่อยๆเปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศ นายหลี่ยังระบุว่า จีนไม่ได้จดจ่ออยู่กับยอดเกินดุลการค้า ซึ่งเป็นชนวนปัญหาที่สร้างความตึงเครียดกับสหรัฐ    "เราจะไม่เอาแต่สร้างยอดเกินดุลการค้า แต่จะให้ความสำคัญกับการนำเข้าและการส่งออกอย่างเท่าเทียมกัน เพราะเราต้องการให้ดุลการค้ามีความสมดุลและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน" ไม่นานมานี้ จีนได้จัดทำแผนเศรษฐกิจฉบับ 5 ปี และ 15 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันตัวเลข GDP ให้ขยายตัวได้สองเท่าภายในปี 2578 (15 ปี)โดยมุ่งเน้นที่การพึ่ง พาตนเองในด้านเทคโนโลยี และส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ .GDP ญี่ปุ่นขยายตัว 21.4% ไตรมาส 3สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP)ในไตรมาส 3/63 ขยาย ตัว 21.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส และทำสถิติขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่นขยายได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 18% ซึ่งบ่งชี้ ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่นขยายตัว 5% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 4.2%    สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของระ บบเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวขึ้น 4.7% ในไตรมาส 3 ขณะที่ยอดส่งออกขยายตัว 7% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กำลังฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของไวรัสโควิด- 19 หลังจากที่รัฐบาล ประกาศยกเลิกมาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงยกเลิกการเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน     นอกจากนี้การประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่หลายแห่งยังเป็นปัจจัยหนุนความต้องการ สินค้าญี่ปุ่นในตลาดโลก เช่น รถยนต์ ว่าแต่การใช้จ่ายด้านทุนยังคงอ่อนแอโดยปรับตัวลง 3.4% ขณะที่การลงทุนด้าน ที่อยู่อาศัยของภาคเอกชน ลดลง 7.9% สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ไม่แน่ นอน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนยอดนำเข้าลดลง 9.8% โดยยอดสั่งซื้อน้ำมันดิบและก๊าธธรรมชาติเหลวปรับตัวลง ขณะที่ความต้องการสิน ค้านำเข้าเช่นหน้ากากอนามัยและแล็ปท็อปจากจีนอยู่ในระดับปานกลาง.เกาหลีใต้เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยในวันนี้ว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกาหลีใต้เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในเดือนนี้ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCSI) ของเกาหลีใต้ อยู่ที่ 97.9 จุดในเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 6.3 จุดเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านั้น    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดัชนีดังกล่าวร่วงแตะระดับ 79.4 เมื่อเดือนก.ย. หลังเกาหลีใต้เผชิญกับการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ในเดือนส.ค.และ ก.ย. แต่ก็ดีดตัวขึ้นแตะ 91.6 ในเดือนต.ค. และ 97.9 ในเดือนพ.ย. หลังยอดผู้ติดเชื้อลดลง อย่างไรก็ดี ดัชนี CCSI เดือนพ.ย.ไม่ได้สะท้อนถึงการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด- 19 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เนื่องจากดัชนีดังกล่าวมาจากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อวันที่ 10-16 พ.ย.     ทั้งนี้ เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 349 รายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดสะสมทั้งหมดอยู่ที่ 31,353 ราย โดยเกา หลีใต้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในเลขหลักร้อยติดต่อกัน 17 วันแล้ว ส่วนดัชนีคาดการณ์เงิน เฟ้อซึ่งเป็นมาตรวัดมุมมองที่ผู้บริโภคมีต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 12 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ระดับ 1.8% ในเดือนพ.ย. ไม่เปลี่ยนแปลง .รายงาน ECB ชี้แบงก์ยุโรปฟุบยาว ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยในรายงานการทบทวนเสถียรภาพทางการเงินล่าสุดว่า ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในยูโรโซนไม่น่าจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ก่อนปี 2565 ราย งาน ระบุว่า ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในยูโรโซนซบเซาลงในช่วงครึ่งแรกของปี 63 ท่ามกลางผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาด และผลประกอบการในไตรมาส 3/63 ของธนาคารที่จดทะเบียนในตลาดชี้ให้เห็นว่า ความสามารถในการทำกำไรลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 1%    ECB เสริมว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ ตลอดจนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด อาจนำไปสู่การปรับลดการคาดการณ์ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในปีต่อๆไป รายงานชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนด้านนโยบายอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ช่วยเหลือบริษัท และครัวเรือนในยูโรโซน ท่ามกลางผลกระทบทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้จากการยุติมาตรการก่อนกำหนด หรือการถอนการสนันสนุนที่ล่าช้านอกจากนี้ รายงานระบุด้วยว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่กระจายไปในประเทศและภาคส่วนต่างๆ อาจนำไปสู่การกระจุกตัวของความเสี่ยงในบางพื้นที่.“ไบเดน”เล็งเปิดตัวทีมเศรษฐกิจสัปดาห์หน้านางเคท เบดิงฟิลด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า นายไบเดนจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจและตำแหน่งสำคัญอื่นๆของคณะบริหารชุดใหม่ในสัปดาห์หน้า หลังจากการถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดีได้เริ่มขึ้นแล้วในสัปดาห์นี้    นางเบดิงฟิลด ์กล่าวว่า ทีมถ่ายโอนอำนาจของนายไบเดนทำงานอย่างมืออาชีพ และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากข้าราชการ ซึ่งทำให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเจ้าหน้าที่ในทีมงานเหล่านี้มองข้ามผลกระทบจากความล่าช้าในกระบวนการถ่ายโอนอำนาจ และไม่ได้ให้ความสนใจกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงสงสัยว่ามีการโกงเลือกตั้ง โดยทีมงานมองว่าความเคลื่อนไหวของปธน.ทรัมป์เป็นเพียง "การแสดงโชว์เพื่อขั้นรายการเท่านั้น" นางยังคาดว่า นายไบเดนจะได้รับการรายงานสรุปด้านข่าวกรองประจำวันในฐานะประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในวันจันทร์หน้า     ทั้งนี้ นายไบเดน ประกาศชูนโยบาย "America is back" เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐพร้อมแล้วที่จะกลับมาเป็นผู้นำบนเวทีโลกอีกครั้ง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู แต่จะไม่ปฏิเสธเหล่าประเทศพันธมิตร นอกจากนี้ นายไบเดน ยังให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับบรรดาชาติพันธมิตรเพื่อรักษาอเมริกาให้ปลอดภัยโดยจะไม่สร้างความขัดแย้งทางทหารที่ไม่จำเป็น พร้อมกับกล่าวว่า ทีมงานของเขาได้ประสานงานกับคณะบริหารของปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแผนการแจกจ่ายวัคซีน ทันทีที่เขาได้รับการถ่ายโอนอำนาจประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา .เยอรมนีขยายเวลาล็อกดาวน์ถึง 20 ธ.ค.นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เปิดเผยว่าเยอรมนีจะขยายเวลาการใช้มาตรการคุมเข้มเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ออกไปจนถึงวันที่ 20 ธ.ค.โดยรัฐบาลได้เริ่มบังคับใช้ “มาตรการล็อกดาวน์ บางส่วน” เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. และกำหนดเบื้องต้นไว้ว่าจะบังคับใช้เป็นเวลา 1 เดือน นางแมร์เคิล เปิดเผยหลังจากประชุมร่วมกับบรรดาผู้ว่าการรัฐต่างๆของเยอรมนีในวันพุธว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในเยอรมนียังคงอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลยังไม่สามารถยกเลิกการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่กำหนดในเดือนพ.ย.    สถาบันโรเบิร์ต คอช (RKI) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลเยอรมนีในการควบคุมโรคติดเชื้อ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มอีก 410 รายซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตแตะ 14,771 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 18,633 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเป็น 961,320 ราย.EU เตือนเตรียมพร้อมรับมืออังกฤษแยกตัว นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้ออกมาเตือนว่า สหภาพยุโรป (EU) พร้อมรับมือกรณีอังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit) ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นแตกต่างกันในการเจรจาข้อตกลงการค้าหลัง Brexit    นางฟอน เดอร์ เลเยนได้ชี้แจงความคืบหน้าจากการเจรจากับอังกฤษในที่ประชุมรัฐสภายุโรปว่า ช่วงเวลาไม่กี่วันข้างหน้านี้จะเป็นตัวชี้ขาด"ดิฉันบอกคุณในวันนี้ไม่ได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะบรรลุข้อตกลงหรือไม่" นางฟอน เดอร์ เลเยน แต่ EU จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลง และว่า"ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ย่อมมีความแตกต่างกันชัดเจนระหว่างการเป็นสมาชิก EU เต็มตัว กับการเป็นเพียงพันธมิตรสำคัญรายหนึ่ง” .เฟดส่งสัญญาณซื้อสินทรัพย์เพิ่มธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 4-5 พ.ย. โดยระบุว่า กรรมการเฟดอาจจะเสนอสัญญาณชี้นำแบบใหม่สำหรับการซื้อสินทรัพย์ในเร็วๆ นี้ ขณะที่เฟดพยายามหาลู่ทางที่จะพยุงเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 "เมื่อพิจารณาเรื่องการซื้อสินทรัพย์ กรรมการเฟดประเมินว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะเพิ่มการถือครองหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลัง และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) อย่างน้อยก็ให้เท่ากับระดับในปัจจุบัน"    "กรรมการเฟดหลายคนมองว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบาย (FOMC) อาจต้องการปรับปรุงสัญญาณชี้นำสำหรับการซื้อสินทรัพย์ในเร็วๆ นี้ โดยกรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนการกำหนดสัญญาณชี้นำสำหรับการซื้อสิน ทรัพย์ที่อยู่บนพื้นฐานของผลลัพธ์ที่ได้รับอย่างมีคุณภาพ สัญญาณชี้นำในลักษณะนี้มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ FOMC  ประมาณการเอาไว้ว่าจะดำเนินการซื้อสินทรัพย์โดยพิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ" อย่างไรก็ดี กรรมการเฟดบางคนได้แสดงท่าทีลังเลที่จะปรับเปลี่ยนสัญญาณชี้นำสำหรับการซื้อสินทรัพย์ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากพิ จารณาถึงความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจ    นอกจากนี้ รายงานการประชุมเฟดยังระบุว่า กรรมการเฟดยังคงมองว่าความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐ กิจนั้น เพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว และทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระ บาดของโรคโควิด-19 สำหรับการประชุมเฟดซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 4-5 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัต ราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ตามที่ตลาดคาดไว้     พร้อมระบุว่า เฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามมาตร การผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 120,000 ล้านเหรียญต่อเดือน รวมทั้งใช้เครื่องมืออื่นตามที่จำเป็น...
Array ( [0] => GDP [1] => โลก [2] => จ่อฟื้นตัวแล้ว [3] => หลังผลทดสอบวัคซีนโควิด-19วัดประสิทธิภาพได้ [4] => 90% )

GDP โลก จ่อฟื้นตัวแล้ว หลังผลทดสอบวัคซีนโควิด-19วัดประสิทธิภาพได้ 90%1

เศรษฐกิจจีน -ญี่ปุ่น ขยายตัว การผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวรวดเร็ว และเดินหน้าต่อได้ “ไบเดน”เตือนคนอเมริกัน ระวังการขัดแข้งขัดขาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการถ่ายโอนอำนาจให้แก่รัฐบาลใหม่ หลังจากคร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้ว 2.4 ล้านราย ขณะที่การติดเชื้อไรัสโควิด ยังคงเพิ่มขึ้นเป็นคูณ .อัพเดทสถานการณ์โควิด-19ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ย.63 มีผู้ติดเชื้อท่ัวโลกแล้ว 56,552,797 คน เสียชีวิตสะสมท่ัวโลกอยู่ที่ 1,354,458 คน รักษาหาย 39,346,182 คนส่วนในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อ 3,888 คน เพิ่มขึ้น 8 รายเสียชีวิต 60  ราย รักษาหาย 3,755 ราย .“ไบเดน”เตือนชาวอเมริกันอาจล้มตายมากขึ้น นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยหลังเข้าร่วมหารือกับซีอีโอของบริษัทชั้นนำและกลุ่มผู้นำแรง งานสหรัฐว่า อาจจะมีประชาชนล้มตายมากขึ้น หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงขัดขวางความพยายามในการโอนถ่ายอำนาจในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ นายไบเดน และนางคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้จัดการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับผู้บริหารบริษัทใหญ่ ซึ่งรวมถึง นางแมรี บาร์รา ซีอีโอของเจเนอรัล มอเตอร์, นายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์, นายไบรอัน คอร์เนล ซีอีโอทาร์เก็ต คอร์ป และนางซอนญา ซินกัล ซีอีโอแก็ป อิงค์    “ภาคธุรกิจ และกลุ่มผู้นำด้านแรงงานได้ส่งสัญญาณถึงความเต็มใจในการร่วมมือเพื่อคลี่คลายวิกฤตเศรษฐ กิจสหรัฐจากผลกระทบโควิด-19 แต่ก็ย้ำว่า สหรัฐควรควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก โดยให้สภาคองเกรสเร่งผ่านมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจ” ทั้งนี้ ซีอีโอ และผู้นำแรงงานยังได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากการสูญเสียตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่ง จากการได้คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วกว่า 2.4 ล้านราย .ผู้นำมาเลย์เรียกร้องผู้นำเอเปคยึดการค้าเสรีนายมูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค (APEC) ยึดมั่นเป้าหมายหลักของกลุ่มในด้านการค้าและการลงทุนที่เสรีและเปิดกว้าง ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน APEC CEO Dialogues Malaysia 2020 นายมูห์ยิดดิน ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 "ความสำคัญนี้ประกอบด้วย การค้า และการลงทุนที่เสรีและเปิดกว้าง การผนวกรวมกลุ่มเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและทางเทคนิค โดยสิ่งที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไปนั้นจะต้องจัดลำดับความสำคัญเหล่านี้ใหม่ ผ่านการพิจารณาถึงผลกระทบของโควิด-19" .อินเดียติดเชื้อโควิดทะลุ 8.9 ล้านรายกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 45,576 ราย และพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 585 ราย ส่งผลให้ยอดรวมมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 8,958, 483 ราย และยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 131,578 ราย ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังได้รับการรักษาจนหายดีแล้วอยู่ที่ 8,383,602 ราย     ส่วนผู้ที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมีจำนวน 443,303 ราย สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) ระบุว่า มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แก่ประชาชนแล้ว 128,508,389 ครั้ง และเฉพาะวันพุธมีการตรวจหาเชื้อจำนวนมากถึง 1,028,203 ครั้งและพบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยอินเดียมีผู้ติดเชื้อเป็นอัน ดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 11.6 ล้านคน ."สี จิ้นผิง" ให้คำมั่นหนุนระบบการค้าพหุภาคี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม APEC CEO Dialogues ก่อนที่การประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(เอเปค)ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ว่าประชาคมธุรกิจในเอเชีย-แปซิฟิกคงจะร่วมมือกันส่งเสริมการเปิดกว้างและการพัฒนา รวมทั้งหาทางผลักดันการเติบโตโดยใช้นวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อน นายสี คาดหวังว่า ประเทศเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นหุ้นส่วนกันในความร่วมมือที่จะได้ประโยชน์ทั้ง สองฝ่าย และบรรลุเป้าหมายการมีความรับผิดชอบต่อสังคม ขผระเดียวกัน จีนมีความเชื่อมั่นและมีความสามารถอย่างเต็มเปี่ยมในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ โดยมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายการสร้างสังคมที่เจริญรุ่งเรืองปานกลางในทั่วทุกภาคส่วน และเชื่อว่าจีนจะบรรลุเป้าหมายการขจัดความยากจนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ .“ซูงะ” ชี้ญี่ปุ่นเข้าสู่โหมดเตือนภัยโควิดสูงสุดนายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะเตือนภัยขั้นสูงสุด หลังมีรายงานการพบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ นายซูงะต้องการให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในร้านอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และถอดออกเพื่อรับประทานอาหารในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 กรณีดังกล่าวมีขึ้นหลังทางการญี่ปุ่นรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 2,189 รายในวันพุธที่ 18 พ.ย.เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขทะลุ 2,000 รายนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดขึ้นในญี่ปุ่น    เขายังได้มอบหมายให้นายโนริฮิสะ ทามูระ รัฐมนตรีสาธารณสุขดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ตามที่ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเวลา 2 วันจนถึงวันศุกร์นี้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระบุว่า รัฐ บาลอาจเพิ่มการแจ้งเตือนโควิด-19 สูงสุดถึงระดับ 4 ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้น .ออสเตรเลียเผยตัวเลขจ้างงานเดือนต.ค.พุ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 178,800 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 30,00 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานขยับขึ้นแตะระดับ 7% ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่า จะเพิ่มขึ้นแตะ 7.2% เนื่องจากประชาชนเริ่มออกไปหางานทำกันมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจออสเตรเลีย โดยเมื่อไม่นานมานี้ เนชั่นแนล ออสเตรเลีย แบงก์(NAB)เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของออสเตรเลียปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5 ในเดือนต.ค. โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐวิกตอเรียเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด หลังคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ .ชี้ผลกระทบโควิดทำศก.สหรัฐเสี่ยงขาลงนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าเรียกร้องให้สภาคองเกรสสหรัฐออกมาตรการสนับสนุนด้านการคลังเพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญกับความท้าทาย อันเนื่องมาจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายพาวเวล กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีมอบรางวัลเกียรติยศซึ่งจัดขึ้นโดย Bay Area Council Business Hall of Fame ในกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นโยบายการคลัง ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บภาษีและการใช้จ่าย สามารถสนับสนุนรายได้โดยตรงให้กับกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบได้ "จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาคองเกรสจะต้องผ่านร่างมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่โดยเร็ว"  ทั้งนี้ แม้จะมีข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีน แต่นายพาวเวลมีมุมมองที่ระมัดระวังว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะขาลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่จะมีวัคซีนแจกจ่าย ให้กับประชาชน"ข่าววัคซีนถือเป็นข่าวดีก็จริง โดยเฉพาะแนวโน้มในระยะกลาง แต่ในระยะใกล้นี้ยังคงมีความท้าทายและไม่แน่นอนที่สูงมาก" โมเดอร์นา อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ แถลงผลการทดลองวัคซีนต้านไว รัสโควิดในเฟสที่ 3 ซึ่งระบุ วัคซีนที่ว่ามีประสิทธิภาพป้องกันไวรัสโควิดมากกว่า 94% โดยโมเดอร์นาได้พัฒนาวัคซีนร่วมกับสถาบันวิจัยโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐ โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ 30,000 รายทางด้านไฟเซอร ์เปิดเผยว่า ผลการทดลองบ่งชี้ว่าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งไฟเซอร์ และ Bio NTech พัฒนาร่วมกันนั้น มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ."โกลด์แมน แซคส์" จ่อโละพนักงานรอบ 2  โกลด์แมน แซคส์ เตรียมปรับลดพนักงานเป็นรอบที่ 2 ภายในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนหลังจากที่บริษัทได้เริ่มทำการปลดพนักงานไปแล้วราว 400 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ พยายามหาทางลดต้นทุนเพื่อให้บริษัทบรรลุเป้าหมายลดการใช้จ่ายด้านการดำเนินงานลงประมาณ 1,300  ล้านเหรียญภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทได้ประกาศแผนการดังกล่าวในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงกลยุทธ์ทางธุรกิจในวงกว้างอย่างไรก็ดี คาดว่าการปลดพนักงานในรอบที่ 2 นี้ จะมีจำนวนไม่มากไปกว่าครั้งก่อนที่ทางบริษัทได้เริ่มดำเนินการในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา    ผู้บริหารของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าอาจจะมีการปรับพนักงานเพิ่มอีกจำนวนมากในปีหน้า ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดของโกลด์แมน แซคส์ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ธนาคารพา ณิชย์ขนาดใหญ่ของสหรัฐ กำลังเผชิญความยากลำบาก เนื่องจากกฎระเบียบใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กำหนดให้มีการควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้เกินจากผลประกอบการเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมาโดยเฟดได้กำหนดให้ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐจะต้องกันเงินทุนสำรองไว้ที่ระดับปัจจุบันด้วยการระงับการซื้อหุ้นคืน และจำกัดการจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3/2563 โดยเฟดออกคำสั่งดังกล่าวหลังจากเปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 34 แห่งในสหรัฐเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมานอกจากนี้ เฟดยังกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องประเมินความต้องการเงินทุน และจะต้องยื่นแผน การใช้จ่ายทุนในช่วงต่อไปของปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ของการทดสอบ Stress Test ที่ธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐจะต้องยื่นแผนการใช้จ่ายอีกครั้งในปีนี้ และอาจจะยังคงมีการกำหนดข้อจำกัดในการใช้จ่ายของธนาคารต่างๆ ต่อไป .การใช้จ่ายด้านการเดินทางในสหรัฐทรุดหนัก  สมาคมการเดินทางแห่งสหรัฐคาดว่า การใช้จ่ายด้านการเดินทางในสหรัฐจะลดลงมากกว่า 500,000 ล้านเหรียญในปี 63 และจะยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนกว่าจะถึงปี 67 โดยสมาคมคาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้านการเดินทางในสหรัฐสำหรับปี 63 จะอยู่ที่ 617,000 ล้านเหรียญ ลดลงจากที่คาด์ในเดือนก.ค.ที่ 622,000 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับ 1.13 ล้านล้านเหรียญในปี 62การใช้จ่ายที่ลดลงดังกล่าวสะท้อนถึงการร่วงลงอย่างรุนแรงสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ โดยสมาคม ระบุว่า อุตสาห กรรมการเดินทางได้สูญเสียตำแหน่งงาน 3.5 ล้านตำแหน่ง หรือเกือบ 40% และเตือนว่าอาจสูญเสียตำแหน่งงานอีก 1 ล้านตำแหน่ง หากไม่มีมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมจากรัฐบาลภายในสิ้นปีนี้นอกจากนี้ สมาคมคาดการณ์ว่า ผู้เดินทางจากต่างประเทศในปี 63 จะลดลง 75% ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายที่ลดลง 1.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปัจจุบัน สหรัฐสั่งห้ามการเดินทางของพลเมืองส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ชาวสหรัฐซึ่งอยู่ในยุโรป จีน บราซิล และประเทศอื่นๆ สมาคมเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว ขณะที่สหรัฐพบยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และหลายรัฐกำลังออกคำสั่งใหม่เพื่อจำกัดการทำกิจกรรมในร่ม รวมถึงการห้ามรับประทานอาหารในร้านเป็นการชั่วคราวนายโรเจอร์ ดาว ประธานสมาคมการเดินทางแห่งสหรัฐกล่าวว่า "ธุรกิจจำนวนมากที่จำเป็นต้องรักษาพนักงานหรือจ้างงานพนักงานใหม่นั้นจะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในเดือนม.ค. หากต้องรอจนกว่าสภาคองเกรส ชุดใหม่จะอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม" .ดอลลาร์จ่อทรุดหนัก 20% ปีหน้า เหตุวัคซีนคืบ นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มทรุดตัวลงมากถึง 20% ในปี 2564 หากวัค ซีนต้านโรคโควิด-19 เริ่มมีการจัดจำหน่ายอย่างแพร่หลาย และช่วยฟื้นฟูการเติบโตของเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และนักลงทุนมักจะเทขายดอลลลาร์ เมื่อมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.13% แตะที่ 92.6362 เมื่อคืนนี้ หลังจากบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ เปิดเผยผลการทดลองวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในเฟสที่ 3 ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้มากกว่า 94% โดยข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเทขายดอล ลาร์, เงินเยน และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งต่างก็เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยนายเควิน ฉือ นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปแนะนำให้นักลงทุนหันไปถือครองสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และสกุลเงินโครนของนอร์เวย์ เนื่องจากสกุลเงินของทั้งสองประเทศนี้มีความเกี่ยวข้องกับทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่ง.เอเปคให้คำมั่นพร้อมร่วมมือส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด .GDP ญี่ปุ่นขยายตัว 21.4%ไตรมาส 3สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 3/63 ขยายตัวถึง 21.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส และทำสถิติขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3 ของญี่ปุ่นขยายได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 18% ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของระ บบเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวขึ้น 4.7% ในไตรมาส 3 ขณะที่ยอดส่งออกขยายตัว 7% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก กำลังฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของไวรัสโควิด หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกมาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงยก เลิกการเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน นอกจากนี้ การประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่หลายแห่ง ยังเป็นปัจจัยหนุนความต้องการสินค้าญี่ปุ่นในตลาดโลก เช่น รถยนต์อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายด้านทุนยังคงอ่อนแอ โดยปรับตัวลง 3.4% ขณะที่การลงทุนด้านที่อยู่อาศัยของภาคเอกชน ลดลง 7.9% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ไม่แน่นอน อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนยอดนำเข้าลดลง 9.8% โดยยอดสั่งซื้อน้ำมันดิบและก๊าธธรรมชาติเหลวปรับตัวลง ขณะที่ความต้องการสินค้านำเข้าจำพวกหน้ากากอนามัยและแล็ปท็อปจากจีน อยู่ในระดับปานกลางทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าในเดือนต.ค.ทั้งสิ้น 872,900 ล้านเยน ซึ่งเป็นการเกินดุลติดต่อกันเดือนที่ 4 โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากระดับ 687,840 ล้านเยนในเดือนก.ย. .การผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนต.ค.พุ่ง 6.9% สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ของจีน ปรับตัวขึ้น6.9% ซึ่งขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ อุปสงค์ที่ปรับตัวขึ้นทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนด้วย ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ของจีนขยายตัวได้ดีกกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบรายเดือน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ของจีนปรับตัวขึ้น 0.78%ส่วนในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 1.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เทียบช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ที่มีการขยายตัว 1.2% โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นมาตรวัดกิจกรรมของบริ ษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีรายได้ปีต่อปีอย่างน้อย 20 ล้านหยวน (ประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ) ส่วนยอดค้าปลีกเดือนต.ค.ปรับตัวขึ้น 4.3% ซึ่งแม้ว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 4.9% แต่ยอดค้าปลีกเดือนต.ค. ขยายตัวได้ดีกว่าในเดือนก.ย.ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง...
Array ( [0] => เช็คการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 [1] => มีผู้ติดเชื้อแล้ว [2] => 52.25 [3] => ล้านคน [4] => สหรัฐทำสถิตินำโด่ง )

เช็คการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อแล้ว 52.25 ล้านคน สหรัฐทำสถิตินำโด่ง1

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐขณะที่ญี่ปุ่น เผย ยอดซื้อเครื่องจักร ลดลง 4.4%และชะลอการฟื้นตัวจากเดือนก่อน เช็คสถานการณ์ โควิด-19 ท่ัวโลกสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆท่ัวโลก ณ วันที่ 12/11/2020 มีจำนวน 52.42 ล้านคน สหรัฐทุบสถิติอีกรอบ วันเดียวมีผู้ติดเชื้อ 140,000 คน เฉลี่ย 10 วันมีผู้ติดเชื้อ 1 ล้านคน ในจำนวนผู้ติดเชื้อสะ สมทั้งหมดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1.29 ล้านคน และยังมีผู้เสียชีวิตเร่ือยๆหรือ เพ่ิมขึ้นเม่ือวันที่ 12 พ.ย.อีก 8,570 คน มีผู้หายป่วยกลับบ้านได้แล้ว 34 ล้านคนข้อมูลจากศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยว่า รัฐเท็กซัสเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในสหรัฐ โดยมีจำนวน 1,008,522 ราย และกลายเป็นรัฐแรกที่มียอดผู้ติดเชื้อทะลุ 1 ล้านราย ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียตามมาเป็นที่ 2 มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 988,802 ราย ฟลอริดามีผู้ติดเชื้อ 852,174 ราย และนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อ 532,180 ราย รัฐนิวยอร์กยังคงเป็นรัฐที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในสหรัฐที่ 33,705 ราย หรือ 14% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในประเทศ ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวในเมืองสำคัญๆท่ัวโลก ยังคงน่ิง เกือบเป็น 0 คือ ไม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเลย เวียดนามตั้งเป้า GDP’64 โต 6% เวียดนาม ตั้งเป้าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP)เติบโตราว 6% ในปี 64 ขณะต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาสัง คม-เศรษฐกิจสำหรับปี 64 ผ่านการเห็นชอบเมื่อวันพุธ โดยสภาแห่งชาติ(NA)ของเวียดนาม(สภาสูงสุด)ซึ่งประชุมสมัยที่ 14 ครั้งที่ 10 และภายใต้แผนนี้ เวียดนามจะพยายามควบคุมการเติบโตของดัชนีราคาผู้บริโภค(เงินเฟ้อ)ให้อยู่ที่ราว 4% และตั้งเป้าจีดีพีต่อหัวที่ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 112,000 แสนบาท:30.25 บาท/ดอลล่าร์) ในปี 64 เวียดนามจะมุ่งมั่นดำเนินการป้องกันและต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมการส่งออกและพัฒนาตลาดภายในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 63 จีดีพีเวียดนามเติบโต 2.12% เติบโตต่ำที่สุดในช่วงปี 54 -63อย่างไรก็ตาม IMF คาดว่าจีดีพีทั้งปีของเวียดนามจะเติบโตที่ 1.6% และดีดตัวขึ้นในปี 64 ที่ระดับ 6.7% กม.ต้านผูกขาดจะกระทบยักษ์ใหญจีนมอร์แกน สแตนลีย์ วาณิชธนกิจของสหรัฐ ระบุว่า การที่จีนมีแผนจะใช้มาตรการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอิน เทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการผูกขาดตลาดนั้น จะส่งผลกระทบต่อบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนเองซึ่งได้แก่ Alibaba, Tencent, Pinduoduo, JD.com และ Meituan Dianping มอร์แกน สแตนลีย์ เชื่อว่า การที่จีนเตรียมออกกฎหมายใหม่เพื่อต่อต้านการผูกขาดตลาดนั้น มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบ กับบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนเป็นวงกว้าง โดยทางการจีนมองว่า อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยียังคงต้องการสกัดกั้นผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ที่จะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด .ยอดซื้อเครื่องจักรในญี่ปุ่นลดครั้งแรกครม.ญี่ปุ่น รายงานว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือ และสาธาร ณูปโภค ลดลง 4.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเพราะอุตสาห กรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอื่นๆชะลอการฟื้นตัว ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรซึ่งเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของญี่ปุ่น มีมูลค่ารวม 719,300 ล้านเยน (6,800 ล้านเหรียญ)     ส่วนยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานเพิ่มขึ้น 6.3% และ 0.2% ในเดือนก.ค.และส.ค.แต่ก็ยังไม่ถึงระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีมูลค่าการสั่งซื้อกว่า 800,000 ล้านเยนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คำสั่งซื้อจากต่างประเทศซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการส่งออกในอนาคตนั้น ลดลง 16.7% แตะที่ 765, 550 ล้านเยนในเดือนก.ย. หลังพุ่งขึ้น 49.6% ในเดือนส.ค. .แบงก์ชาตินิวซีแลนด์ตรึงดอกเบี้ย 0.25%ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25%ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และ ยังคงดำเนินโครงการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ต่อไป ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ เปิดตัวโครงการจัดหาเงินกู้ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของบรรดาสถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้ พร้อมกับส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ คาดว่า เศรษฐกิจภายในประเทศจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงต้นปีหน้า และธนาคารกลางจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านทางโครงการจัดหาเงินทุนเพื่อการปล่อยกู้ (funding-for-lending programme หรือ FLP) โดยจะมีการเปิดตัวในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดหาเงินทุนสำหรับธนาคารพาณิชย์ หลังจากที่ จีดีพีในไตรมาส 2 หดตัวลง 12.2% เป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ จีดีพีรายไตรมาสในปี 2520  .ชาวเกาหลีใต้ตกงานสูงสุดเดือน ต.ค. สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ เผย จำนวนชาวเกาหลีใต้ที่ตกงานในเดือนต.ค.แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยจำนวนผู้มีงานทำในเดือนต.ค.อยู่ที่ 27,088,000 ราย ลดลง 421,000 รายจากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับแต่เดือนเม.ย. ทั้งนี้เกาหลีใต้ยังคงมีคนตกงานต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันแล้ว โดยประ ชาชนตกงาน 195,000 รายในเดือนมี.ค., 476,000 รายในเดือนเม.ย., 392,000 รายในเดือนพ.ค., 352, 000 รายในเดือน มิ.ย., 277,000 รายในเดือนก.ค., 274,000 รายในเดือนส.ค. และ 392,000 รายในเดือนก.ย.ทั้งนี้ จำ นวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 1,028,000 รายในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 164,000 รายจากปีก่อน และอัตราว่างงานเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 0.7% เทียบรายปีแตะ 3.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือนต.ค.นับตั้งแต่ปี 43 .สิงคโปร์-ฮ่องกงเปิด Travel Bubble แล้ว สิงคโปร์ และฮ่องกง จะเริ่มเปิดการเดินทางระหว่างกันในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ตามข้อตกลงการเดินทางทางอา กาศระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัว(Travel Bubble)การประกาศของทั้งสองประเทศ ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลง Travel Bubble นั้น ผู้โดยสารเครื่องบินจะได้รับอนุญาตให้เดินทางระหว่างสิงคโปร์และฮ่องกงได้โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวเมื่อเข้าประ เทศ แต่ผู้โดยสารจะต้องเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 และต้องแสดงผลการตรวจเป็นลบภายในเวลา 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ที่สำคัญผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางถึงฮ่องกงจะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันทีที่ถึงสนามบิน แม้ว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้เข้มงวดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และไม่ได้กำหนดให้เปิดเผยแผนการเดินทาง หรือผู้สนับสนุนการเดินทาง แต่ผู้โดยสารจะต้องไม่มีประวัติการเดินทางไปยังสถานที่อื่นๆ นอกจากฮ่องกงและสิงคโปร์ภายในระยะเวลา 14 วันก่อนการเดินทางสำหรับเที่ยวบินระหว่างสิงคโปร์และฮ่องกงจะถูกกำหนดไว้ที่ 1 เที่ยวบินต่อวัน และจำกัดผู้โดยสารของแต่ละฝั่งที่ 200 คนต่อเที่ยวบิน โดยหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ได้ย่ำแย่ลง ทั้งสองฝั่ง ก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มเที่ยวบินเป็น 2 เที่ยวต่อวันตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.เป็นต้นไป และเที่ยวบินภายใต้ข้อตกลง Travel Bubble จะต้องขนส่งผู้โดยสารระหว่างฮ่องกงและสิงคโปร์เท่านั้น และจะไม่รวมผู้โดยสารที่แวะเปลี่ยนเครื่องทั้งที่สิงคโปร์และฮ่องกง .จีดีพีฟิลิปปินส์ Q3/63 หดตัว 11.5%เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ หดตัวมากกว่าคาดการณ์ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 แต่จากนี้จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลกระทบจากโควิดเริ่มคลี่คลาย หลังรัฐบาลค่อยๆ ยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ ทีละน้อย สำนักงานสถิติของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า จีดีพีของฟิลิปปินส์ หดตัวลง 11.5% ในไตรมาส 3/63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวลดลง 9.8% หลังจากหดตัว 16.9% ในไตรมาสที่ 2/63 หลังการปิดเมืองยาวนาน ส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ธนาคารโลก คาดว่า เศรษฐกิจฟิลิป ปินส์จะหดตัว 6.9% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 ขณะที่รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศจะหดตัวระหว่าง 4.5% - 6.6% .ยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทะลุ 40 ล้านรายปีนี้กูเกิล, เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ และเบน แอนด์ คอมพานี เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีการใช้บริการระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น เช่น อีคอมเมิร์ซ การจัดส่งอาหาร และการชำระเงินออนไลน์ อันเนื่องจาก การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รายงานระบุว่า ภูมิภาคอาเซียนมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกจำนวนมากถึง 40 ล้านรายในปี 63 ใน 6 ประเทศ ได้แก่สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และไทย ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดในอาเซียนเพิ่มขึ้นแตะ 400 ล้านราย โดยผู้ใช้งานใหม่จำนวนมากมาจากพื้นที่นอกเขตเมืองในมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม รายงานคาดว่า ภาคอินเทอร์เน็ตของอาเซี่ยนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และแตะ 1 00,000 ล้านเหรียญในปี 63 โดยภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโต 63% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทางออนไลน์หดตัว 58% และโดยรวมแล้ว ภาคอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตทะลุ 300,000 ล้านเหรียญภายในปี 68 .ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดญี่ปุ่นร่วงหนัก  กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 63 ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากการส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าปรับตัวลดลง อันเป็นผลมาจากการแพร่ะระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย. ลดลง 36.2% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ 6.69 ล้านล้านเยน (64,000 ล้านเหรียญ) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 57 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 5.89 ล้านล้านเยน อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดราย 6 เดือนติดต่อกันยาวนาน 13 ครั้ง     นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าสินค้า 9,500 ล้านเยนในช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย. หลังขาดดุล 110,900 ล้านเยนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดส่งออกปรับตัวลดลง 19.2% แตะที่ 30.30 ล้านล้านเยนในช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย.โดยได้รับผลกระทบจากยอดส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ไปยังอเมริกาเหนือที่ร่วงลงเนื่องจากการล็อกดาวน์เพื่อคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนยอดนำเข้าปรับตัวลง 19.5% แตะที่ 30.29 ล้านล้านเยน โดยได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์พลังงานอื่นๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติเหลว .จีนชี้ทางออกเศรษฐกิจโลกหลังโควิดนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ชี้การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย และการเปิดกว้างของทุกฝ่าย จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้ ปธน.สี กล่าวว่า โควิด-19 เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าทุกประเทศล้วนเชื่อมโยงกันเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน ไม่มีประเทศไหนรอดตัวท่ามกลางวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ และนานาประเทศต้องร่วมมือกันในฐานะพันธมิตร โดยที่แต่ละประเทศต้องรับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง"เราต้องส่งเสริมความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย" ปธน.สี กล่าว พร้อมกับย้ำว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความร่วมมือคือคำตอบในการรับมือกับความท้าทายต่างๆข้อมูลจากทางการระบุว่า จีนฟื้นตัวจากโควิดรวดเร็วที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจใหญ่ทั่วโลก โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจจีนขยายตัว 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย นอกจากนี้ ยอดนำเข้า และส่งออกของจีน ยังมีการขยายตัวเมื่อเทียบรายปีในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยอย่างไรก็ตาม จีนได้จัดงานมหกรรมส่งเสริมความร่วมมือ และเปิดกว้างเพื่อเป็นเวทีสำคัญสำหรับการจัดซื้อ การส่งเสริมการลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่เปิดกว้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั่วโลกโดยเรียกงานนี้ว่า มหกรรมงานแสดงสินค้านำเข้าประเทศจีนครั้งที่ 2 ของปี 2020เพ่ือให้นำไปสู่การทำสัญญาซื้อขายสินค้า และบริการมูลค่าหลายหม่ืนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่สัญญาจากประเทศที่เข้าร่วมโครงการ Belt and Road มีมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนมูลค่าการซื้อขายในมหกรรมนี้เพิ่มขึ้น 23% สู่ระ ดับ 71,130 หมื่นล้านเหรียญ สำหรับมหกรรมแสดงสินค้านำเข้าจีนปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมและบริษัทที่ติดทำเนียบ Fortune 500 เกือบ 50 แห่งด้วยโดยปธน.สี กล่าวว่า นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาจากใจจริงของจีนในการแบ่งปันโอกาสในตลาดร่วมกับประชาคมโลก และผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก .อาลีบาบา เผยรายได้พุ่ง 30%อาลีบาบา อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้ในไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 155,000 ล้านหยวน (23,000 ล้านเหรียญ) พุ่งขึ้น 30% เมื่อเทียบรายปี อาลีบาบา ระบุว่า บริษัทมีรายได้จากธุรกิจการค้าหลัก เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ 130,900 ล้านหยวน และรายได้จากธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีน เพิ่มขึ้น 26% สู่ระดับราว 95,500 ล้านหยวน นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากระบบคลาวด์คอมพิวติ้งคิดเป็นมูลค่าเกือบ 14,900 ล้านหยวน หรือพุ่งขึ้น 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/63 อาลีบาบา เปิดเผยว่า ลูกค้าของบริษัทในประเทศจีนอยู่ที่ 757 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้น 15 ล้านคน จากช่วง 12 เดือนที่ผ่านมานับถึงวันที่ 30 มิ.ย.63นายแดเนียล จาง ประธาน และซีอีโอของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า "เรายังคงโฟกัสไปที่กลไกการเติบโตในระ ยะยาว 3 ประการได้แก่ การบริโภคภายในประเทศ, คลาวด์คอมพิวติ้ง และข้อมูลอัจฉริยะ รวมถึงโลกาภิวัฒน์ เพื่อคว้าโอกาสจากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป...
Array ( [0] => Netflix [1] => ยอดสมาชิกลดฮวบในรอบ [2] => 4 [3] => ปี [4] => กูรูคาด [5] => ที่สุดอาจปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก )

Netflix ยอดสมาชิกลดฮวบในรอบ 4 ปี กูรูคาด ที่สุดอาจปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก1

ขณะที่เอเชียเร่ิมปรับตัวสู้โควิด-19 สายการบินฮ่องกง เปิดเที่ยวบินวันรอบเกาะเพื่อความอยู่รอด ขณะที่ญี่ปุ่นยกเส้นนักธุรกิจไม่ต้องกักตัว อินเดียควัก 500 ล้านแจกโบนัสจนท.รัฐรัฐบาลอินเดีย ประกาศจ่ายเงินโบนัสราว 507.7 ล้านเหรียญสหรัฐให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับกลาง-ล่างกว่า 3 ล้านคน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลที่จะมาถึง ทั้งนี้แผนการดังกล่าวได้รับอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เป็นประธาน กรณีนี้จะช่วยกระตุ้นชนชั้นกลางออกมาใช้จ่ายเงินเพื่อส่งเสริมอุปสงค์ในเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะโอนเงินงวดเดียวผ่านระบบถ่ายโอนผลประโยชน์โดยตรง เมื่อต้นเดือน ต.ค. รมว. คลัง ของอินเดีย ประกาศสารพัดมาตรการเพื่อกระตุ้นเจ้าหน้าที่รัฐออกมาจับจ่ายใช้เงินช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง เช่น การแจกบัตรกำนัลเงินสด ลีฟ ทราเวล คอนเซสชัน (LTC) และโครงการสเปเชียล เฟสติวัล แอดวานซ์ ( SFAS)  ญี่ปุ่นจ่อยกเว้นมาตรการกักตัว รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณายกเว้นให้นักธุรกิจที่เดินทางเข้าประเทศและพำนักอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ไม่ต้องกักตัวตามข้อบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะเลือกประเทศที่เข้าเกณฑ์เพื่อให้ได้รับการยกเว้น โดยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ตกลงยกเว้นให้กับนักธุรกิจที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนามแล้ว โดยมีเงื่อน ไขที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัส และจำกัดสถานที่ๆพวกเขาสามารถเดินทางไปได้ ซึ่งข้อบัง คับนี้จะยังคงนำมาใช้ภายใต้ระบบใหม่ที่จะมีการยกเว้นการกักตัวสำหรับนักธุรกิจต่างชาติในทริปเดินทางระยะสั้น ฮ่องกงแอร์ไลน์เปิดเที่ยวบินวนรอบเกาะ สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ เตรียมให้บริการเที่ยวบินพิเศษ Embrace "Home" Kong ในวันที่ 24ต.ค.63 ซึ่งเป็นบริการเที่ยวบินวนรอบเกาะฮ่องกง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นสำหรับพันธมิตรและผู้สนับสนุนสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ควบคู่กับการส่งเสริมผลงานของศิลปินชาวฮ่องกง โดยเที่ยวบิน HX852 จะเดินทางออกจากฮ่องกงในเวลา 16.30 น.และจะบินเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ผู้โดยสารจะได้สัมผัสบรรยากาศยามพระ อาทิตย์ตกจากฟากฟ้า และเพลิดเพลินไปกับวิวของฮ่องกงจากมุมสูงตลอดการบิน 90 นาที สำหรับการเดินทางครั้งนี้ Airbus A320 เปิดให้จองบัตรโดยสารแล้วจำนวน 100 ที่นั่ง ในราคาต่อแถวเริ่มต้นที่ 852 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับ 1 หรือ 2 ที่นั่ง และ 1,188 ดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับ 3 ที่นั่ง IMF ลดตัวเลขเศรษฐกิจเอเชียหดตัว 2.2%กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียเป็นหดตัว 2.2% ในปีนี้ จากที่เคยคาดไว้ว่าจะหดตัว 1.6% โดยเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3/63 แต่การฟื้นตัวของทุกประเทศแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอัตราการติดเชื้อ และมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 รวมถึงประสิทธิภาพของการตอบสนองด้านนโย บายการพึ่งพากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด และการพึ่งพาอุปสงค์จากภายนอกประเทศ Netflix ชี้สมาชิกใหม่ลดลงแรงสุดในรอบ 4 ปี เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เผยผู้สมัครสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 4 ปี ผลจากการแข่งขันในตลาดสตรีมมิงที่เพิ่มสูงขึ้น, การผ่อนคลายข้อจำกัดในการควบคุมโควิด-19 และมีการถ่ายทอดสดการแข่งกีฬาทางโทรทัศน์อีกครั้งทั้งนี้มีผู้สมัครสมาชิกใหม่ 2.2 ล้านรายทั่วโลกในช่วงไตรมาส 3/63 ต่ำกว่าคาดที่ 3.4 ล้านราย ขณะที่กำไรต่อหุ้นก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน โดยอยู่ที่ 1.74 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ 2.14 ดอลลาร์/หุ้นโดยหุ้นของเน็ตฟลิกซ์ดิ่งลงเกือบ 6% สู่ระดับ 494 ดอลลาร์ในการซื้อขายวันพุธที่ผ่านมา นายรอสส์ บีนส์ นักวิเคราะห์ของ eMarketer กล่าวว่า "สมาชิกเน็ตฟลิกซ์ภายในประเทศเกือบจะคงที่ แสดงให้เห็นถึงจุดอิ่มตัวของเน็ตฟลิกซ์ในสหรัฐ และหากสมาชิกใหม่ในประเทศชะลอตัว นั่นก็หมายความว่า การเติบโตของรายได้อาจจะมาจากการปรับขึ้นราคาค่าบริการ" แอมะซอนต่อเวลาทำงานที่บ้านถึงมิ.ย.ปีหน้า แอมะซอน (Amazon) อนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้ต่อไปจนถึงเดือนมิ.ย.64 โฆษกของอเมซอนระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานและจะทำตามคำแนะ นำของรัฐบาลท้องถิ่น พนักงานคนใดที่สามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ยังคงสามารถทำเช่นนั้นต่อได้จนถึงเดือนมิ.ย.64 ทั้งนี้ อะเมซอนเป็นบริษัทเทคโนโลยีล่าสุด ที่ประกาศยืดเวลานโยบายการทำงานจากที่บ้านไปจนถึงปีหน้า ตามหลังแอปเปิล, เฟซบุ๊ก และอูเบอร์ ขณะที่ทวิตเตอร์อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ตลอดไป โกลด์แมนแซคส์จ่ายกว่า 2 พันล้านปิดคดีสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า โกลด์แมน แซคส์ ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในการจ่ายเงินกว่า 2 พันล้านเหรียญเพื่อยุติคดีกองทุน 1MDB อันอื้อฉาวของรัฐบาลมาเลเซียและทั้งสองฝ่ายอาจจะประกาศการบรรลุข้อตกลงภายในไม่กี่วันนี้ บลูมเบิร์กระบุว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้โกลด์แมน แซคส์ สามารถหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีอาญาในสหรัฐได้ ส่วนวงเงินกว่า 2 พันล้านเหรียญที่ใช้ในการยุติคดีความนั้น สอดคล้องกับสถานะทุนสำ รองของโกลด์แมน แซคส์ และเป็นไปตามที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ข้อตกลงซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนี้ จะช่วยขจัดความไม่แน่นอนของโกลด์แมน แซคส์ หลังจากธนาคารรายใหญ่แห่งนี้ได้เจรจาต่อรองกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐมาเป็นเว ลานานหลายปีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า โกลด์แมน แซคส์ได้ให้ความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียในการยัก ยอกเงินจากกองทุน 1MDB วงเงิน 6.5 พันล้านเหรียญ    ทั้งนี้ รัฐบาลของนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้จัดตั้งกองทุน 1MDB วงเงิน 6.5 พันล้านเหรียญในปี 52 โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย อย่างไรก็ดี กระทรวงยุติ ธรรมสหรัฐ คาดว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียได้ยักยอกเงินราว 4.5 พันล้านเหรียญจากกองทุน 1MDB ในระ หว่างปี 52-57 ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ ถูกกล่าวหาว่าให้ความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียในการยักยอกเงิน  ผู้ว่าฯแบงก์ชาติจีนคาด GDP จีนโต 2%นายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวราว 2% ในปีนี้ หลังควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แล้ว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าอุปสงค์ในประเทศจะขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ นายอี้ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในช่วงสามไตร มาสแรกของปีนี้ จะเป็นบวก และคาดว่าตลอดปี 63 GDP จะขยายตัวราว 2%และจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวทั่วโลก เพราะนโยบายการเงินและการคลังของจีนจะเน้นที่การช่วยเหลือบริษัทขนาดกลางแ ละขนาดเล็ก และมั่นใจว่าอุปสงค์ภายในประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ “ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สกุลเงินหยวนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของจีนกับสหรัฐ ที่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด”    การแสดงความเห็นของนายอี้มีขึ้นก่อนที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) จะรายงานในวันนี้ว่า GDP ไตร มาส 3/63 ขยายตัว 4.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันสองไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาด ส่วนไตรมาสแรกของปี GDP จีนขยายตัว 0.7% และไตรมาส 2 โต 3.2%  อสังหาริมทรัพย์ในจีนขยายตัวแข็งแกร่ง สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า การลงทุนด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนเดือนก.ย.ขยายตัวแข็งแกร่งสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการก่อสร้างที่แข็งแกร่ง อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 NBS ระบุว่า การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เดือนก.ย.ขยายตัว 12% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2562 และขยายตัวรวดเร็วขึ้นจากเดือนส.ค.ที่มีการขยายตัว 11.8% สำหรับช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. การลงทุนด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งดีกว่าในช่วงเดือนม.ค.-ส.ค.ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 4.6%NBS ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนเป็นอุตสาหกรรมกลุ่มแรกๆ ที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกลงและมาตรการการผ่อนปรนสำหรับการซื้อบ้านอย่างไรก็ดี รัฐบาลจีนยังคงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ ขณะที่เมืองขนาดใหญ่หลายแห่งของจีนได้ออกมาตรการควบคุมเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์...
Array ( [0] => ADB [1] => ตอกย้ำ [2] => เศรษฐกิจเอเชียหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ [3] => 60 [4] => ปี [5] => คาดหวังปี [6] => 2564 [7] => ฟื้น [8] => 6.8% )

ADB ตอกย้ำ เศรษฐกิจเอเชียหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี คาดหวังปี 2564 ฟื้น 6.8%1

ธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB) ระบุเศรษฐกิจเอเชียปีนี้หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีแต่จะไปฟื้นตัว 6.8% ในปีหน้าในรูปลักษณ์ของ ตัว L ก่อนจะตวัดหางขึ้นเป็นตัว V .แบงก์ชาติญี่ปุ่นมุ่งหนุนศก.ฝ่าวิกฤตโควิด ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ โดยมีเป้าที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด และมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% พร้อมคงเป้าหมายอัตราผลตอบ แทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับราว 0% นอกจากนี้ BOJ ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการจัดสรรเงินกู้ให้ กับบริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบ และการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่  ขณะเดียวกันยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลจากสถาบันการเงินต่างๆ โดยไม่จำกัดจำนวน และเข้าซื้อกองทุน ETF รายปีในอัตรา 12 ล้านล้านเยน หรือราว 114,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี BOJ ยังคงมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนแก่เอกชน รวมการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่ขยายวงเงินกู้ ปลอดดอกเบี้ยให้กับบริษัทเอกชนภายใต้โครงการรัฐบาล ตลอดจนเข้าซื้อหุ้นกู้ และตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น(Commercial Paper) มูลค่าราว 20 ล้านล้านเยนจากสถาบันการเงินต่างๆเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า สภาพคล่องในระบบธนาคารจะมีอยู่อย่างเพียงพอ BOJ ระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้เริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป .ทูตจีนชี้สหรัฐข่มเหงทางเศรษฐกิจนายจาง หมิง ทูตจีนประจำสหภาพยุโรป(EU)ประนามสหรัฐกรณีบังคับให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance)ขายกิจการติ๊กต็อก(TikTok)ในสหรัฐด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติว่าเป็น “การข่มเหงทางเศรษฐ กิจ” รวมทั้งโจมตีการที่ EU กีดกันบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ โดยระบุถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาลในซีกโลกตะ วันตกเพื่อสกัดการผงาดขึ้นมาของจีน“สิ่งที่เกิดขึ้นกับ TiKTok ในสหรัฐเป็นการพยายามครอบครองโดยการขู่บังคับ  ขณะที่นักการเมืองสหรัฐบางกลุ่มพยายามที่จะสร้างเครือข่ายกวาดล้างโดยอ้างความชอบธรรม และผลประ โยชน์ต่างตอบแทน ซึ่งการ กระทำดังกล่าว ไม่มีเป้าหมายอื่นใดนอกจากการข่มเหงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ TikTok เป็น  แอปวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน มีผู้ใช้งานราว 100 ล้านคนต่อเดือนในสหรัฐ .ADB คาดเศรษฐกิจเอเชียปีนี้ติดลบ 0.7%ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยรายงานว่า เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียจะหดตัวลงในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 60 ปี แต่จะฟื้นตัวอีกครั้งในปีหน้า โดยจะเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ADB เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียปี 63 คาดว่า GDP ของภูมิภาคเอเชียในปีนี้จะติดลบ 0.7% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960 หรือราวปี 03  โดย GDP จะขยายตัวขึ้น 6.8% ในปี 64 แต่ผล ผลิตในปีหน้าจะยังคงต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนเกิดโรคโควิด-19 ซึ่งบ่งชี้ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชียจะเป็นรูปตัว L มากกว่ารูปตัว V ทั้งนี้ประเทศในภูมิภาคเอเชียราว 75% เศรษฐกิจจะขยายตัวติดลบในปีนี้ แตจีนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวสวนทางราว 1.8% ในปีนี้ และ 7.7% ในปีหน้า อินเดียจะหดตัวลง 9% ก่อนฟื้นตัว 8% ในปีหน้า หลังจากที่หดตัวลงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 23. 9% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนเอเชียตะวันออกซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 1.3% ในปีนี้ และฟื้นตัวแข็งแกร่ง 7% ในปีหน้า .ญี่ปุ่นเผยยอดส่งออกลดลง 14.8% กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเผยยอดส่งออกปรับตัวลง 14.8% ต่อเนื่องในเดือนส.ค. ส่งผลให้อุปสงค์ทั่วโลกอ่อน แอลง แตะที่ 5.23 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการร่วงลงด้วยเลขสองหลักติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่การส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดEU และเอเชีย ยกเว้น จีน ยังคงซบเซา อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงเกินดุลการค้า เนื่องจากการนำเข้าปรับตัวลงหลังจากราคาน้ำมันลดลง แตะที่ 5.23 ล้านล้านเยน นับเป็นการร่วงลงด้วยเลขสองหลักติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่การส่งออกรถยนต์ไปยังตลาด EU และเอ เชีย ยกเว้น จีน ยังคงซบเซา อย่างไรก็ดี ยอดส่งออกในเดือนส.ค.ปรับตัวลงต่ำกว่าในเดือนก.ค.ที่ร่วงลง 19.2% และน้อยกว่าในเดือนมิ.ย.ที่ดิ่งลง 26.2% และน้อยกว่าเดือนพ.ค.ที่ทรุดตัวลง 28.3%ส่วนยอดนำเข้าร่วง 20.8% แตะที่ 4. 98 ล้านล้านเยน ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16 จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบที่นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอื่น ส่วนการนำเข้าก๊าซธรรม ชาติเหลวและถ่านหินจากออส เตรเลียร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลการค้าเดือนนี้อยู่ที่ 248,300 ล้านเยน ซึ่งเป็นการเกินดุลติดต่อกันเดือนที่ 2 .นิวซีแลนด์เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ รัฐบาลนิวซีแลนด์ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจในประเทศว่าจะหดตัวลง 3.1% เมื่อสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้เมื่อเดือนพ.ค.ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลง 4.6% อย่างไรก็ดี รัฐบาลคาดว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินของประเทศยาวนานขึ้น ส่วนอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7.8% ภายในปี 65 น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 9.8% นายแกรนท์ โรเบิร์ตสัน รัฐมนตรีคลังนิวซีแลนด์เปิดเผว่า มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์จะดีดตัวขึ้น ขณะที่ทางรัฐบาลกำลังเดินหน้าแผนการขจัดไวรัสโควิด-19 และเปิดเศรษฐกิจให้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกอาจจะส่งผลกระทบต่องบดุลของรัฐบาลเป็นเวลายาวนาน ."อาลีบาบา"เจรจาซื้อ"แกร็บ" 3,000 ล้านสื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน กำลังเจรจาเพื่อลงทุนมูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐใน “แกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ ”ผู้ให้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันยักษ์ใหญ่ของเอเชีย อาลีบาบาจะใช้เงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อหุ้นบางส่วนของแกร็บที่บริษัทอูเบอร์ เทคโนโลยี ถือครองอยู่ โดยคาดว่า ดีลนี้อาจเป็นดีลที่มีมูลค่าสูงสุดของอาลีบาบาในการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่อาลีบาบาเข้าลงทุนใน ลาซาด้า (Lazada) เมื่อปี 59 และหนึ่งในแผนที่อยู่ระหว่างพูดคุยระหว่างอาลีบาบากับแกร็บคือการรวมเครือข่ายการขนส่งของแกร็บเข้ากับลาซาด้า เพื่อให้แกร็บสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เม็ดเงินทุนดังกล่าวคิดเป็น 1 ใน 5 ของมูลค่าประเมินล่าสุดของแกร็บที่ 14,000 ล้านเหรียญ ขณะที่ตลาดกัง วลว่า แกร็บจะสามารถสร้างมูลค่าได้กับเท่าที่ลงทุนไปหรือไม่ หลังเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุนเดิมก็ผิดหวังต่อการแข่งขันอันดุเดือดกับโกเจ็ก (GoJek) โดยโกเจ็กถือเป็นคู่แข่งของแกร็บในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในธุรกิจเดลิเวอรี่, การให้บริการรับส่งผู้โดยสาร และการให้บริการชำระเงิน โดยในช่วงกลางปีนี้ แกร็บประกาศปลดพนักงาน 360 คน หรือราว 5% ของพนักงานทั้งหมด พร้อมกับปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อลดค่าใช้จ่าย หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่แกร็บยืนยันว่าการปลดพนักงานดังกล่าวจะเป็นครั้งสุดท้ายในปีนี้...
Array ( [0] => เศรษฐกิจจีน [1] => เร่ิมฟื้นด้วยตัวเลขส่งออกเดือน [2] => ส.ค.ที่พุ่งขึ้น [3] => 11.6% )

เศรษฐกิจจีน เร่ิมฟื้นด้วยตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.ที่พุ่งขึ้น 11.6%1

ส่วนคู่กัดอย่าง"สหรัฐ"ยังฝันหวานเศรษฐกิจหลังเลือกตั้งเป็นรูปตัว Vจีนทิ้งห่างจนตามไม่ทันแล้วด้วยตัวเลขส่งออกที่พุ่งขึ้น 11.6% เกินดุลการค้าเกือบ 5 แสนล้านหยวนในเดือน ส.ค. ขณะเดียวกันยังเพิ่มฐานสาธิตอีเมิร์ชแห่งชาติ เป็น 127 แห่งทั่วประเทศ .เส้นตาย 15 ต.ค.บรรลุข้อตกลง EU  นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำหนดเส้นตายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เพื่อบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป(Brexit) ดยระบุว่า หากไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันดังกล่าว อังกฤษก็พร้อมที่จะออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง no-deal Brexit เมื่อระยะเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลงในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ แม้อังกฤษได้สิ้นสุดการเป็นสมาชิก EU ไปตั้งแต่ 31 ม.ค.63 แล้ว แต่ก็ยังต้องดำเนินการตามกฎระเบียบต่างๆในช่วงเปลี่ยนผ่านจนถึงวันที่ 31ธ.ค.63 ตั้งแต่การค้าไปจนถึงความมั่นคง ทำใ้ห้อัง กฤษยังคงเป็นสมาชิก EU และสหภาพศุลกากร รวมทั้งตลาดเดี่ยวของ EU  โดยอังกฤษจะยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย EU และต้องจ่ายเงินสมทบแก่ EU เหมือนประเทศสมาชิกอื่นๆแต่จะไม่มีสิทธิส่งตัวแทนเข้าไปนั่งในรัฐสภา EU ไม่มีสิืธิออกเสียงทุกเรื่องและร่วมประชุมสุดยอดไม่ได้ แต่การค้ารอังกฤษ และ EU ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ภาษี หรือตั้งด่านตรวจสินค้า และไม่มีการเปลี่ยนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างๆของอังกฤษ แต่หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอังกฤษ และ EU จะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาที่เกิดขึ้น .ยอดส่งออกจีนเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 11.6%  สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานว่า ยอดส่งออกของจีนในเดือนส.ค.พุ่งขึ้น 11.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าปรับตัวลง 0.5% โดยทั้งยอดส่งออกและนำเข้าของจีนคำนวณในรูปสกุลเงินหยวนแล้ว จีนเกินดุลการค้า 416,590 ล้านหยวน หากคำนวนเป็นเงินดอลลาร์ ยอดส่งออกจีนปรับตัวขึ้น 9.5% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 2.1% .ตั้งฐานสาธิตอีคอมเมิร์ซแห่งชาติอีก 15 แห่ง   รัฐบาลจีนอนุมัติฐานสาธิตอีคอมเมิร์ซแห่งชาติเพิ่มอีก 15 แห่ง สนับสนุนการพัฒนาในภาคอีคอมเมิร์ซ โดยฐานสาธิตอีคอมเมิร์ซระดับชาติเหล่านี้ เป็นแหล่งรวมบริษัทอีคอมเมิร์ซท้องถิ่น ความเป็นผู้ประกอบการ และแพลตฟอร์มนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้อนุมัติใบอนุญาตแก่กลุ่มฐานใหม่ ระหว่างการประชุมด้านอีคอมเมิร์ซในงานมหกรรมการค้าภาคบริการนานาชาติแห่งประเทศจีน 2020 (CIFTS)ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีนที่กรุงปักกิ่ง   กรณีนี้ทำให้จำนวนฐานสาธิตอีคอมเมิร์ซทั้งหมดของจีนอยู่ที่ 127 แห่ง  รัฐบาลจีนให้ความสำคัญยิ่งกับการพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19ด้วยการฟื้นฟูการบริโภคและส่งเสริมให้การดำเนินการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของการค้าต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น .”ทรัมป์”ทริกกี้ ลั่นยุติการพึ่งพาจีนสมัยที่ 2  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวว่า เขาจะลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐและจีน พร้อมขู่จะใช้มาตรการลงโทษบริษัทของสหรัฐที่ไปสร้างงานในต่างประเทศ และจะกีดกันบริษัทที่เข้าไปลงทุนในจีนไม่ให้ได้รับสัญญาทางธุรกิจกับรัฐบาลกลางสหรัฐ"เราจะผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในด้านการผลิตภายในประเทศ เราจะให้เครดิตภาษีแก่สินค้าที่ตีตรา'Made in America’ และนำตำแหน่ง งานกลับคืนสหรัฐ พร้อมเรียกเก็บภาษีบริษัทที่ออกไปสร้างงานในจีนและในประเทศอื่น “หากบริษัทเหล่านี้ไม่สามารถทำธุรกิจในสหรัฐ ก็ปล่อยให้พวกเขาเสียภาษีก้อนใหญ่เพื่อออกไปสร้างงานในต่างประเทศ และส่งสินค้ากลับมาขายในประเทศเรา" และ ว่า เขาจะบังคับใช้มาตรการนี้เมื่อกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 แต่หากนายโจ ไบ เดน ชนะเลือกตั้ง ก็เท่ากับจีนได้รับชัยชนะด้วย เพราะจีนจะครอบครองสหรัฐ"นี่เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ตราบใดที่สหรัฐขับเคลื่อนภายใต้คณะทำงานของผม เราจะทำให้สหรัฐเป็นประเทศที่มีอำนาจด้านการผลิตมากที่สุดในโลก และยุติการพึ่งพาจีนทันที” .จีนเริ่มส่งรถไฟอัตโนมัติ 72 ขบวนให้ไทย   บริษัทซีอาร์อาร์ซี ผู่เจิ้น บอมบาร์ดิเออร์ ทรานสปอร์เทชัน ซิสเต็ม จำกัด(PBTS)  เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มจัดส่งรถไฟที่ผลิตในจีนไปยังไทยแล้วรวม 72 ขบวน บริษัทระบุว่ารถไฟ 72 ขบวนนี้มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับโดยสมบูรณ์ สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายโดย 2 ขบวนแรกเริ่มดำเนินส่งจากเมืองอู๋หู มณฑลอันฮุยฐานการผลิตของบริษัทไปยังไทยแล้ว ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย. 60 บริษัทลงนามในข้อตกลงกับหน่วยงานด้านการรถไฟไทย เพื่อผลิตและขนส่งรถไฟ 72 ขบวนรวม 288 ตู้ โดยมีกำหนดขนส่งเสร็จในต้นปี 65 .ญี่ปุ่นลดประมาณการ GDP หดตัว 28.1%   สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปรับลดตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 หดตัวลง 28.1% เมื่อเทียบรายปี จากการประเมินเบื้องต้นหดตัว 27.8% เพราะการลงทุนในภาคธุรกิจชะลอตัวลงอันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส GDP หดตัวลง 7.9% การอุปโภคบริโภคได้รับผลกระทบจากมาตรการฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นขอให้ประชาชนอยู่แต่ใน บ้าน และสั่งระงับการดำเนินธุรกิจที่ไม่จำเป็น พร้อมใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดใน เมืองใหญ่หลายแห่ง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการผลิตและส่งออกของญี่ปุ่น การหดตัวของ GDP ครั้งนี้หนักที่สุดนับแต่ปี 2498 การใช้จ่ายด้านทุนร่วง 4. 7% ทรุดตัวลงหนักจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าปรับลดงเพียง 1.5% ส่วนการอุปโภคบริโภค ซึ่งมีสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจนั้น ปรับตัวลง 7.9% การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 1.1% แต่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วงลง 18.5% การนำเข้าลดลง 0.5% ."ทรัมป์"เร่งผลักดันวัคซีนต้านโควิดในต.ค.  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐอาจอนุมัติวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเดือนต.ค.นี้ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย."แทนที่จะต้องใช้เวลานาน 2 หรือ 3 ปี เราควรใช้เวลาสั้นๆ ในการอนุมัติวัคซีนต้านโควิด-19 และการอนุมัติควรจะเกิดขึ้นในเดือนต.ค."  แต่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์หลายคนแสดงความกังวลว่า FDA กำลังเผชิญแรงกดดันจากทำเนียบขาวให้อนุมัติวัคซีนก่อนการเลือกตั้งปธน.สมัยที่ 2 ในวันที่ 3 พ.ย. และชาวอเมริกันก็อาจไม่เต็มใจที่จะฉีดวัคซีนหากเชื่อว่า วัคซีนถูกเร่งเข้าสู่ตลาดจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แต่ปธน.ทรัมป์ ยืนกรานว่า "วัคซีนจะมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพอย่างมาก และจะมีการวางจำหน่ายในไม่ช้านี้ พวกคุณจะรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น" .ญี่ปุ่นจ่อคลายล็อกดาวน์รับไม่เกินห้าพันคน   รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะผ่อนคลายมาตรการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันกีฬาระดับอาชีพ คอนเสิร์ต และงานอีเวนท์ต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในเดือนนี้ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเริ่มส่งสัญญาณลดลง ตามมาตรการดังกล่าว รัฐบาลจะอนุ ญาตให้สถานที่จัดกิจกรรมรับผู้เข้าชมได้ไม่เกิน 50% ของความจุตามปกติ หรือไม่เกิน 5,000 คน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะพิจารณาอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 19 ก.ย.นี้ และจะมีการหารือแผนดังกล่าวในการประชุมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขวันศุกร์นี้ .”ทรัมป์"คาดปี 64 ฟื้นแบบ"super V"   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐ แสดงความพอใจกับตัวเลขการจ้าง งานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค.ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด และอัตราว่างงานที่ลดลงอย่างมาก ด้วย ปธน.ทรัมป์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีหน้า และจะเผชิญการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นรอบสุดท้าย ซึ่งหากเขาได้รับเลือกให้เป็นปธน.สหรัฐอีกครั้ง การแพร่ระบาดรอบใหม่จะไม่เกิดขึ้น"ขณะนี้เรามีหลักฐานบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานฟื้นตัวรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ และผมคาดว่าในปีหน้าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจเติบโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวเป็นรูปตัว V หรืออาจจะเป็น "super V" ด้วย  ทั้งนี้ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.255 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเดือนส.ค. ลดลงสู่ระดับ 8.4% จากระดับ 10.2% ในเดือนก.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 9.8% .เตือนธ.ค.จะเป็นเดือนมรณะ สถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME)ที่วิทยาลัยการแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน คาดการณ์ว่า เดือนธันวาคมจะเป็นเดือนมรณะ หรือ "Deadly December" ซึ่งจะมีผู้เสียชีวิตเกือบ 30,000 รายในแต่ละวัน เนื่องจากซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูหนาว ดร.คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบัน IHME เปิดเผยว่า ไวรัสโคโรนาจะแพร่กระจายได้ดีกว่าในสภาพอากาศหนาวเย็น เหมือนกับโรคปอดบวม เป็นเหตุให้เดือนธ.ค.เป็นเดือนที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ดร.เมอร์เรย์ ยังเตือนคนอเมริกันว่า อย่าการ์ดตก"วิทยาศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนพร้อมหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การสวมหน้ากาก รักษาระยะห่างทางสังคมและจำกัดการรวมตัวพบปะสังสรรค์เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยยับยั้งการระบาด ของไวรัสได้”  เขายังเตือนด้วยว่าไม่ให้ใช้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "ภูมิคุ้มกันหมู่" (herd immunity) ซึ่งหมายถึงภูมิคุ้มกันหมู่ที่เกิดขึ้นหลังประชากรจำนวนมากมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสจากการติดเชื้อและหายจากโรคแล้ว เพราะภูมิคุ้มกันหมู่ "ละเลยทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และศีลธรรม วยการปล่อยให้หลายล้านชีวิตถูกคร่าไปทั้งที่หลีกเลี่ยงได้"   สำหรับตัวเลขคาดการณ์ยอดผู้เสียชีวิตนั้น ในกรณีที่มีแนวโน้มจะเกิดที่สุด จากข้อสันนิษฐาน ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมจะอยู่ที่ราว 2.8 ล้านคน ณ วันที่ 1 ม.ค.64 และ10 ประเทศที่คาดว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ อินเดีย สหรัฐ บราซิล เม็กซิโก ญี่ปุ่น รัสเซีย ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สเปน...
Array ( [0] => แพทย์ใหญ่สหรัฐ [1] => ยืนยัน [2] => วัคซีนไวรัส [3] => โควิด-19 [4] => ใช้กับคนได้ในเดือน [5] => พ.ย.นี้ )

แพทย์ใหญ่สหรัฐ ยืนยัน วัคซีนไวรัส โควิด-19 ใช้กับคนได้ในเดือน พ.ย.นี้1

     นายอีลอน มัสก์ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก และบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ หลังกำไรจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้เกือบ 2 แสนคัน เฉือนจมูก มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าของ ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊ค ไปอย่างหวุดหวิด ส่วนความคืบหน้าของวัคซีนโควิด-19 แพทย์สหรัฐ ยืนยันใช้กับคนได้ภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.63 รายได้บริษัทเอกชนยุ่นร่วง 11.3%   กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ตัวเลขการใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทญี่ปุ่น ร่วงลง 11.3% ในไตรมาส 2 จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มทางธุรกิจ การลงทุนโดยบริษัทนอกภาคการเงินทั้งหมดของญี่ปุ่น เช่น การก่อสร้างอาคาร และการลงทุนเพิ่มในอุปกรณ์ต่างๆ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 964,000 ล้านล้านเยน (ประมาณ 91,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)มีกำไร ก่อนหักภาษีหดลง 46.6% แตะที่ 12.41 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 5 ไตรมาส เป็นอัตราการร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ส่วนยอดขายปรับตัวลง 17.7% แตะที่ 284.68 ล้านล้านเยนลดลงติดต่อกัน 4 ไตรมาสแล้ว ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า GDP หดตัวลง 27.8% รุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์ “กูเกิล-เฟซบุ๊ก"พับแผนระบบเคเบิลใต้น้ำ กูเกิล และเฟซบุ๊ก อิงค์ ตัดสินใจระงับโครงการวางระบบเคเบิลใต้น้ำระ หว่างสหรัฐ-ฮ่องกง หลังรัฐบาลสหรัฐออกมาเตือนว่า จีนอาจใช้โครงการนี้ล้วงข้อมูลจากชาวอเมริกันได้ นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทได้ยื่นขออนุมัติโครงการใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการวางระบบเคเบิลไปยังไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ภายใต้ข้อสัง เกตที่ว่า ข้อเสนอใหม่นี้ไม่รวมถึงโครงการกับบริษัท Pacific Light Data Com munication Co. จากฮ่องกงซึ่งเป็นหุ้นส่วนโครงการเดิมและบริษัท Dr.Peng  Telecom & Media Group Co. ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน ความตึงเครียดจีน-สหรัฐทวีความรุนแรง  ความตึงเครียดระหว่างจีน และสหรัฐ ยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากปัญหาความขัดแย้งแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นประเด็นการค้า ภาษี ฮ่องกง การปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์ ตลอดจนข้อกล่าวหาของสหรัฐที่มองว่าสินค้าไอทีของจีนมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และยังกล่าวโทษจีนว่าเป็นต้นเหตุทำให้โควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลกด้วย ดังนั้นบริษัทในสหรัฐ จึงถูกกระทรวงยุติธรรม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงกลาโหมของสหรัฐกดดันอย่างหนักไม่ให้ทำธุรกิจกับจีน หรือฮ่องกง จีดีพีเกาหลีใต้หดตัว 3.2% ใน Q2 รัฐบาลเกาหลีใต้ปรับเพิ่มประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/63 ว่า หดตัวลง 3.2% เมื่อเทียบรายไตรมาส อย่างไรก็ดี GDP ไตรมาส 2 หดตัวรุนแรงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 51 ซึ่ง GDP หดตัว 3.3% ทั้งนี้เศรษฐกิจเกาหลีใต้ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ในเอเชีย ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคจากการหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส เช่นเดียวกับญี่ปุ่น ไทย และสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย  โดยการส่งออกสินค้าและการบริการในไตรมาส 2 ร่วง 16.1% แตะระดับ 35,540 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นสาเหตุหลักที่ฉุดรั้งตัวเลข GDP หดตัวลงในไตรมาส 2 ส่วนการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนสนับสนุน GDP ในสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งขยายตัว 1.5% ดีกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้น อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้มียอดเกินดุลการค้า 4,120 ล้านเหรียญ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 3,010 ล้านเหรียญ "อีลอน มัสก์"รวยล้ำ"ซัคเคอร์เบิร์ก"  Billionaires Index แห่งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก บ่งชี้ว่า นายอีลอน มัสก์ CEO ของเทสลา อิงค์ ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยกว่านายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก CEO ของเฟซบุ๊ก อิงค์ แล้วหลังราคาหุ้นเทสลาทะยานขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ จากการ แตกพาร์หุ้น โดยขณะนี้ ความมั่งคั่งของนายมัสก์มีมูลค่าสูงถึง 115,400 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับนายซัคเคอร์เบิร์กซึ่งอยู่ที่ 110,800 ล้านเหรียญ   ทั้งนี้ มูลค่าความร่ำรวยของนายมัสก์พุ่งขึ้น 87,800 หมื่นล้านเหรียญในปี นี้ ขณะที่ราคาหุ้นเทสลาทะยานขึ้นเกือบ 500% ส่วนผลประกอบการของเทสลายังคงทำกำไรได้ในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา แม้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสามารถขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กว่า 179,000 คันในช่วงครึ่งปีแรก มากกว่ายอดขายของคู่แข่งทุกค่ายรถรวมกัน   ขณะนี้ มูลค่าตลาดของเทสลาอยู่ที่ 464,000 ล้านเหรียญ แซงหน้าบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่างวอลมาร์ท จนเทสลากลายเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เมื่อพิจารณาในแง่ของรายได้ ญี่ปุ่นเผยยอดขายรถใหม่ดิ่ง 16%   สมาคมผู้ค้ารถยนต์ของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ขนาดเล็กปรับตัวลง 16% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียว กันปีก่อนเพราะไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบหนักต่อความต้องการรถยนต์ โดย ยอดขายลดลงมาอยู่ที่ระดับ 326,436 คัน ทำสถิติลดลงติดต่อกันเดือนที่ 11 และปรับตัวลงรุนแรงกว่าเดือนก.ค.ซึ่งลดลง 13.7% หากไม่นับรวมรถยนต์เล็กๆ ยอดขายจะลดลงถึง 18% สถาบันวิจัยคาดการค้าโลกฟื้นตัวเร็ว   สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Kiel Institute for the World Economy เยอร มนี คาดการณ์ว่า การค้าโลกน่าจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เร็วกว่าวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 51 เมื่อประเมินจากปริมาณการขนส่งซึ่งฟื้นตัวกลับมาอยู่ในจุดเดิมต้องใช้เวลากว่า 1 ปี   กาเบรียล เฟลเบอร์เมย์ ประธานสถาบันดังกล่าวเปิดเผยว่า การค้าโลกได้ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วซึ่งส่งสัญญาณการฟื้นตัวแบบรูปตัว V แม้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกร่วงลงอย่างหนัก แต่ก็เริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว อันเป็นผลจากการผ่อนปรนมาตรการควบ คุมในประเทศต่างๆอย่างไรก็ดี แม้สถาบันจะมีมุมมองค่อนข้างเป็นบวก แต่องค์การการค้าโลก (WTO) คาดว่า การค้าทั่วโลกจะหดตัวลง 13-32% ในปีนี้ ส่วนปีหน้า ยังคงไม่มีความชัดเจนเพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการแพร่ระบาด-ประ สิทธิภาพของนโยบายที่ประเทศต่างๆนำมาใช้ แพทย์ทำเนียบขาวลุ้นวัคซีนโควิดพ.ย.นี้  นายแพทย์แอนโทนี ฟอซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐและเป็นนายแพทย์ใหญ่ของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการควบคุมโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว เปิดเผยกับสื่ออังกฤษว่า นักวิจัยอาจคิดค้นวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ได้อย่างเร็วในเดือนพ.ย.นี้ เมื่อประเมินจากความก้าวหน้าในการศึกษาวิจัย การวิจัยที่กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คิดค้นวัคซีนที่ปลอดภัยและได้ผลอย่างน้อยไม่ภายในเดือนพ.ย.ก็เดือนธ.ค. ปีนี้ อย่างไรก็ดี วัคซีนดังกล่าวควรได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยจริง ไม่ควรเอาแต่รีบพัฒนาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง คำเตือนดังกล่าวของนายแพทย์ฟอซี มีขึ้นหลังจากคณะทำงานของประธา นาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาให้สถานะ "frast track" แก่วัคซีนที่อยู่ในขั้นทดลองและพัฒนาโดยบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า และ มหาวิทยาลัยออกซ์ ฟอร์ด เพื่อนำมาใช้ในสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย.นี้ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุด จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เปิดเผยว่าบริษัทจะทำการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เฟส 2ในสเปน เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนีในสัปดาห์นี้ การทดลองดังกล่าวจะใช้เวลา 2 เดือน โดยจะมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครง การ 550 ราย ด้านโนวาแวกซ์ บริษัทผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บริษัทเริ่มเปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดสอบวัคซีนในระยะที่ 2 แล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิกในไตรมาส 4 ปีนี้ ขณะเดียวกัน โมเดอร์นา ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ แถลงผลการทดลองวัคซีนต้านโควิด-19 ในเฟสแรกกับอาสาสมัครที่มีอายุมาก...
Array ( [0] => ประธานาธิบดี [1] => ปูติน [2] => ประกาศ [3] => รัสเซียเป็นประเทศแรกที่คิดค้น [4] => วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 [5] => ตัวแรกของโลก )

ประธานาธิบดี ปูติน ประกาศ รัสเซียเป็นประเทศแรกที่คิดค้น วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ตัวแรกของโลก1

“ปูติน”รับรองวัคซีนโควิดรายแรกของโลก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศเม่ือต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กระทรวงสาธารณสุขของรัสเซียได้ให้การรับรองวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019(โควิด-19)ของสถาบันวิจัยกามาเลยาเป็นผู้คิดค้น และพัฒนาขึ้น หลังพบว่าวัคซีนที่ได้มีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ทำให้รัสเซียเป็นประเทศแรกของโลกที่คิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสได้เป็นตัวแรกของโลกด้วย โดยประธานาธิปบดีปูติน ตั้งเป้าจะแจกวัค ซีนตัวนี้ให้ประชาชนชาวรัสเซียได้ภายในเดือน ม.ค.2564 ทั้งนี้ รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 905,700 คน สหรัฐยกเลิกคำเตือนเดินทางไปตปท. กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ประกาศยกเลิกคำแนะนำการเดินทางระดับ 4 ซึ่งสั่งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังต่างประเทศในช่วงที่โควิด-19 ระบาดตั้งแต่เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แถลงการณ์ระบุว่า "จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) กระทรวงจึงขอยกเลิกมาตรการเตือนภัยด้านสา ธารณสุขทั่วโลกระดับที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. นี้เป็นต้นไป" ทั้งนี้สหรัฐอาจกลับไปใช้ระบบแนะนำการเดินทางที่แบ่งเป็นระดับต่างๆตามแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดี ในขณะนี้หลายประเทศยังคงไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน หรือ ยังคงใช้มาตรการจำกัดการเดินทางชาวอเมริกันอยู่ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดทั้งประเทศ 5.1 ล้านคนจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 20.6 ล้านคน จีนเผยส่งออกเดือนก.ค.พุ่ง 7.2% สำนักงานศุลกากรจีน(GAC) รายงานว่า การส่งออกเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 7.2% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การนำเข้าลดลง 1.4% โดยการส่งออกของจีนในเดือนก.ค.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าการส่งออกจะลดลง 0.2% เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การนำเข้าลดลงสวนทางกับตัวเลขคาดการณ์ที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนมิ.ย.สำหรับยอดเกินดุลการค้าในเดือนก.ค.อยู่ที่ระดับ 62,330 ล้านเหรียญซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 42,000 ล้านเหรียญ และ สูงกว่ายอดเกินดุลการค้าในเดือนมิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 46,420 ล้านเหรียญ ต่างชาติรุกซื้อหุ้น-บอนด์เกาหลีใต้ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ เผยว่า นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้น และพันธบัตรของเกาหลีใต้ในเดือนก.ค.คิดเป็นมูลค่ารวม 4,390 ล้านเหรียญ จากที่คาดว่า ผลประกอบการของบริษัทเกาหลีใต้จะฟื้นตัวขึ้น เมื่อแยกประเภทพบว่า นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้คิดเป็นมูลค่า 1,390 ล้านเหรียญหลังจากที่เทขายติดต่อกัน 5 เดือนก่อนหน้า และเข้าซื้อพันธบัตรของเกาหลีใต้มูลค่า 3,010 ล้านเหรียญ ทำสถิติเข้าซื้อติด ต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ธนาคารกลางเกาหลีใต้ ยังระบุว่า ตลาดปริวรรตเงินตราของเกาหลีใต้มีความผันผวนน้อยลงในเดือน ก.ค. โดยอัตราความผันผวนรายวันของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์/วอนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.24% ในเดือนก.ค. ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 0.52% ในเดือนมิ.ย. เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังจากเกาหลีใต้ได้ขยายข้อตกลง Swap (ล่วงหน้า) ค่าเงินกับธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) มูลค่า 60,000 ล้านเหรียญ ทั้งสองประเทศได้ขยายข้อตก ลงการทำสว็อปค่าเงินออกไปอีก 6 เดือนจนถึงเดือนมี.ค.ปีหน้า ด้วยเป้าหมายที่จะลดความไม่แน่นอนในตลาดเงิน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โอเปกคาดความต้องการน้ำมันลด กลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่(โอเปก)ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปี 2563 ว่าจะลดลง 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โอเปกคาดว่าความต้องการน้ำมันล่าสุดจะต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของเดือนที่แล้วอยู่ 100,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงในประเทศรายใหญ่ที่ไม่ ใช่สมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ(OECD) โอเปก เปิดเผยว่า ตลาดน้ำมันทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนับตั้งแต่เดือนพ.ค.โดยเพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกันซึ่งส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากการตัด สินใจของโอเปก และประเทศนอกโอเปกที่ประกาศความร่วมมือที่จะปรับลดการผลิตน้ำมัน ตลาดน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีน และการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อย่างไรก็ตามอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2564 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่เปลี่ยน แปลงจากการคาดการณ์เมื่อเดือนที่แล้ว สำหรับปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลกจะอยู่ที่ 97.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 64 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวมาจากสมมติฐานที่ว่า ทั่วโลกจะสามารถควบคุมโรคโควิด-19 ได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ และไม่ มีผลกระทบที่รุนแรงเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก รัฐบาลสหรัฐวอนศาลคว่ำคำฟ้องบ.เทคโนโลยี กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ไม่รับคำฟ้องของบริษัทเทคโนโลยีอย่างทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และกูเกิล ซึ่งได้ยื่นฟ้องเพื่อคัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ทบทวนกฎหมายที่เคยให้การคุ้ม ครองแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยรัฐบาลสหรัฐระบุในคำร้องต่อศาลว่า คำคัดค้านของบริษัทเทคโนโลยีกลุ่มนี้เป็น "ความเข้าใจผิดอย่างมาก" ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา นายทรัมป์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการทบทวนกฎ หมายที่เคยให้การคุ้มครองทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และกูเกิล จากการต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ถูกโพสต์โดยผู้ใช้งาน โดยนายทรัมป์มีแผนที่จะลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อควบคุมบริษัทด้านโซเชียลมีเดียให้เข้มงวดยิ่งขึ้น และหากแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกสั่งปิดการใช้งาน การที่นายทรัมป์ สั่งให้มีการทบทวนกฎหมายคุ้มครองโซเชียลมีเดียนั้น เนื่องจากเขาไม่พอใจกับการที่ทวิตเตอร์ได้ติดแถบข้อความเตือนเกี่ยวกับข่าวปลอมหรือ "เฟคนิวส์" ไว้ใต้ทวีตข้อความของเขาที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ รายงานระบุว่า คำสั่งพิเศษดังกล่าว จะกำหนดให้คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC)เสนอ และชี้แจงกฎระเบียบต่างๆ ภายใต้มาตรา 230 ของกฎหมาย "Communications Decency Act" ซึ่งเป็นกฎหมายที่ช่วยให้แพลตฟอร์มออนไลนได้รับการยกเว้นจากพันธกรณีทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ใช้งานโพสต์ข้อความต่างๆลงบนแพลตฟอร์ม ซึ่งการทบทวนกฎหมายนี้ อาจทำให้บริษัทด้านโซเชียลมีเดียเผชิญกับการดำเนินคดีมากขึ้น แนวโน้มราคาทองคำพุ่ง 2,500 เหรียญ นักวิเคราะห์หลายรายมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยนายฟิลลิป สเตียเบิล นักวิเคราะห์จาก บริษัทบลูไลน์ ฟิวเจอร์ส ในชิคาโก คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นทำนิวไฮภายในสิ้นปีนี้ โดยอาจพุ่งแตะ 2,500 เหรียญ/ออนซ์ เนื่องจากราคาทองคำยังคงได้รับปัจจัยหนุนที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 ด้านนายเจมส์ สตีล นักวิเคราะห์จากธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับปัญหาต่างๆ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เกิดจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศนั้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ทองคำยังคงได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลาง และรัฐบาลทั่วโลกเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นทั้งในด้านการเงินและการคลัง นายลุคแมน โอตูนูกา นักวิเคราะห์จากบริษัท FXTM กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองอย่างคึกคัก นอกจากนี้ นายโอตูนูกากล่าวว่า การที่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวที่เหนือระดับ 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงช่วงขาขึ้นของราคาทองคำในระยะกลาง จีนเล็งถกสหรัฐกรณีแบน WeChat, TikTok สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้เจรจาของสหรัฐและจีนวางแผนที่จะหารือกันเกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเร็วๆ นี้ ขณะที่จีนจะขยายประเด็นการหารือกรณีที่สหรัฐสั่งแบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok) และวีแชท (WeChat) ของจีนด้วย โดยการประชุมทางไกลดังกล่าว มีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ แม้ยังไม่ได้สรุปวันที่แน่นอนก็ตาม ทั้งนี้นายแลร์รี คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ปฏิเสธเกี่ยวกับความวิตกที่ว่า ข้อตกลงการค้าเฟสแรกจะประสบความล้มเหลว นายคุดโลว์กล่าวว่า จีนได้เพิ่มการซื้อสินค้าสหรัฐอย่างมาก ส่วน นายจ้าว ลิเจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ของจีนเปิดเผยในการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวานนี้ว่าจุดยืนของจีนในข้อตกลงการค้าเฟสแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนประเด็น TikTok นั้น เขาระบุว่า TikTok เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่ให้ความบันเทิงที่แบ่งปันกันระหว่างชาวอเมริกันและประชาชนทั่วโลก ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงแห่งชาติแต่อย่างใด แต่มีแนวโน้มจะถูกห้ามโฆษณาในสหรัฐด้วย...
Array ( [0] => อิตาลี [1] => อาการหนัก [2] => นักท่องเที่ยว [3] => 130 [4] => ล้านคน [5] => [6] => หายวับกลายเป็น [7] => 0 [8] => คน )

อิตาลี อาการหนัก นักท่องเที่ยว 130 ล้านคน หายวับกลายเป็น 0 คน1

 เฟดคงดอกเบี้ย 0 - 0. 25% รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจอเมริกา ขณะที่ไวรัสโควิด ยังคงแผลงฤทธิ์ต่อไป ส่งผลให้อิตาลีรายได้สูญมหาศาล จากจำนวนนักท่องเที่ยวปี 62 ซึ่งงมีจำนวน 130 ล้านคน ปีนี้กลับกลายเป็น 0 คน .สั่งส.ส.-เจ้าหน้าที่สภาสหรัฐสวมหน้ากากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีคำส่ังให้ สส.และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมใส่หน้า กากอนามัยภายในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด นางเพโลซีคาดหวังว่า ส.ส.และเจ้าหน้า ที่ทุกคนจะปฏิบัติตามเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อื่นในสภา และพื้นที่อื่นๆโดยรอบ โดยจะอนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัยได้เฉพาะตอนขึ้นพูดในสภาเท่านั้น นางยังประกาศด้วยว่า นางมีอำนาจสั่งให้ตำรวจสภานำตัวส.ส.ที่ทำผิดมารยาทอย่างร้ายแรงโดยการไม่สวมหน้ากากอนามัยออกจากสภาได้ หลังจากสหรัฐยังคงเผชิญการแพร่ระบาดของไวรัสรุนแรง โดยผู้ติดเชื้อท่ัวโลก 17 ล้านคน สหรัฐประเทศเดียว มีผู้ติดเชื้อ 4.4 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 150,700 คน ณ วันพฤหัสฯที่ 30 ก.ค.(เวลาประเทศไทย) .เฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25%     ที่ประชุมเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.63 พร้อมยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และ ใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เฟดมีอยู่เพื่อสนับ สนุนเศรษฐกิจสหรัฐ จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบรรลุเป้าการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยังให้คำมั่นว่า เฟดจะใช้มาตรการสนับสนุนเพ่ือการฟ้ืนตัวของเศรษฐกิจต่อเน่ือง รวมถึงการขยายโครงการช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งจะหมดอายุสิ้นเดือนนี้ ผลทำให้ตลาดหุ้นเอ เชียดีดตัวขานรับกันหลายตลาด ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่ -22 จุด ."ซัมซุง"กำไรสุทธิ Q2 เพิ่ม 7.23%      ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/63 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้น และกำไรพิเศษจากธุรกิจผลิตจอภาพ โดยกำไรสุทธิที่ว่าอยู่ที่ระดับ 5.55 ล้านล้านวอน(4,700 ล้านเหรียญ)เพิ่มขึ้น 7.23% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 23.5% แตะระดับ 8.15 ล้านล้านวอน แต่ยอดขายปรับตัวลง 5.6% สู่ระดับ 52.97 ล้านล้านวอนเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก กำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงพุ่งขึ้น 26.3% ขณะที่กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 13.7% แม้ยอดขายจะลดลง 4.3%  .จีนสกัดเก็งกำไรทองหลังนักลงทุนแห่ซื้อหน่วยงานด้านการกำกับดูแลของจีน และธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีน กำลังพยายามควบคุมการซื้อขายทองคำของนักลงทุนในประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการเก็งกำไร อันเนื่องมาจากความกังวลที่ว่าอาจเกิดวิกฤตซ้ำรอยเหมือนกับในตลาดน้ำมันปีนี้ การควบคุมความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำนิวไฮหลายครั้งในสัปดาห์นี้ โดยมีสาเหตุจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด รวมทั้งความผัน ผวนของสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และตลาดหุ้น ขณะที่ข้อพิพาทการค้าจีนและสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำ ขณะเดียวกันยังระงับการเปิดบัญชีซ้ือขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าด้วยเพื่อคุมราคา.ทดลองวัคซีนป้องกันโควิดในลิงสำเร็จ    วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เผยผลการทดลองของโมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐที่บ่งชี้ว่า วัคซีน MRNA-1273 ของบริษัทสามารถปกป้องลิง 16 ตัวจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ซึ่งนับเป็นขั้นตอนการทด ลองที่สำคัญที่นำไปสู่การปกป้องมนุษย์จากโรคระบาดได้ ทั้งนี้ลิง 16 ตัวได้รับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งในระดับโดซที่แตกต่างกัน ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ หลังให้ลิงเหล่านั้นสัมผัสกับไวรัสเต็มที่แล้ว โดยผลการทดลองบ่งชี้ว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 ในโพรงจมูกของลิง     นอกจากนี้ลิงทั้ง 16 ตัว แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าได้รับการปกป้องจากไวรัสโควิด-19 และพบว่า มีอาการอักเสบของปอดที่จำกัดในลิงทั้งสองกลุ่ม และผลการทดลองวัคซีนดังกล่าว หากเกิดขึ้นในการทดลองกับมนุษย์ ก็จะบ่งชี้ว่า วัคซีนของโมเดอร์นาอาจจะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในคนได้ โมเดอร์นายังคงดำเนินการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กับมนุษย์จำนวน 30,000 คน โดยการทดลองเฟส 3 ซึ่งจะตัดสินเรื่องความปลอดภัยและประ สิทธิภาพของวัคซีน จะเริ่มเปิดเผยข้อมูลได้ในเดือนพ.ย.หรือธ.ค.นี้ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐมอบเงิน 955 ล้านเหรียญเพื่อช่วยให้การพัฒนาวัคซีนดังกล่าวดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว.สั่ง "เฟซบุ๊ก-กูเกิล"จ่ายค่าคอนเทนต์ให้สื่อรัฐบาลออสเตรเลียเตรียมออกกฎหมายบังคับให้เฟซบุ๊กและกูเกิลจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับธุรกิจสื่อ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่รัฐบาลมีคำสั่งในลักษณะนี้ กรณีนี้มีขึ้นหลังคณะกรรมการว่าด้วยการแข่งขันและผู้บริโภคของออสเตรเลีย ได้เผยแพร่ร่างกฎเกณฑ์ที่จะบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับธุรกิจสื่อดั้งเดิม นายจอช ฟรายเดนเบิร์ก รมว.คลังออสเตรเลีย เผยว่า กฎเกณฑ์นี้มีเป้าหมายเพื่อมอบความยุติธรรมให้กับธุรกิจข่าว สารของออสเตรเลีย"เราต้องการให้กูเกิลและเฟซบุ๊กให้บริการเหล่านี้แก่ชาวออสเตรเลียต่อไป ซึ่งชาวออสเตรเลียชอบและนิยมใช้มากๆ แต่เราต้องการให้อยู่ในเงื่อนไขของเรา" รัฐมนตรีคลังออสเตรเลียกล่าว .คาดอุปสงค์ทองคำอินเดียดิ่งสุดใน 26 ปีสภาทองคำโลก (WGC) คาดว่า ความต้องการทองคำในอินเดียปีนี้อาจทรุดลงต่ำสุดในรอบ 26 ปี เนื่องจากราคาทองคำในประเทศพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่รายได้และกำลังซื้อของประชาชนลดลง WGC เปิดเผยว่า ความต้องการทองคำของอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้ทองคำมากสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ลดลง 56% ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 แตะที่ 165.6 ตัน ส่วนความต้องการทองคำในไตรมาส 2  ร่วงลง 70% แตะระดับ 63.0 ตัน ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้ อินเดียมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19โดยมีผู้ติดเชื้อกว่า 1 ล้านราย ทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องเผชิญความยากลำบากจากมาตรการสกัดการแพร่ระบาดที่ทำให้คนตกงานจำนวนมาก  .เศรษฐกิจประเทศมะกอกกลับมาดดิ่งอีกอิตาลี สเปน และกรีซ กลับมาเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งหลังเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของไว รัสโควิด-19 ซ่ึงมีผลให้นักท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญไม่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจอุตสาห กรรมการท่องเที่ยวต้องปิดตัว และผู้คนตกงานจำนวนมา อย่างไรก็ตาม นายจูเซปเป คอนเต นายกฯอิตาลีต้องประกาศขยายเวลาการใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ออกไปจนถึงวันที่ 15 ต. ค.จากที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค. "แม้ยอดผู้ติดเชื้อและผลกระทบที่มีต่อระบบสาธารณสุขจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เรามีข้อมูลบ่งชี้ว่า ไวรัสจะยังคงแพร่เชื้ออยู่ในประเทศ"เขากล่าว แต่ย่ิงขยายมาตรการสกัดการแพร่ระบาดออกไปนานเท่าไหร่ เศรษฐกิจประเทศก็ย่ิงได้รับผลกระทบหนักมากขึ้นเท่านั้น" สำหรับอิตาลีในเดือนก.ค.ภาคธุรกิจโรงแรม อาหาร การขนส่ง ความบันเทิง และการค้าปลีก สูญเสียรายได้ไปมากกว่า 3,000 ล้านยูโร(ราว 111,000 ล้านบาท)โดยปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศถึง 130. 2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างน้อย 3 ล้านคน แต่ปีนี้ นักท่องเที่ยวกลายเป็น 0 มีเพียงชาวอิตาลี 13.5 ล้านคนที่ออกไปท่องเที่ยววันหยุด...

POPULAR NEWS

Array ( [0] => “ธนาคารออมสิน” [1] => ขอยื่นมือเข้าช่วย [2] => ‘ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ [3] => พนักงานองค์กรอิสระและองค์กรมหาชน [4] => MOU’ [5] => ผ่าน [6] => “สินเชื่อสวัสดิการ [7] => สู้ภัยโควิด” )

“ธนาคารออมสิน” ขอยื่นมือเข้าช่วย ‘ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรอิสระและองค์กรมหาชน MOU’ ผ่าน “สินเชื่อสวัสดิการ สู้ภัยโควิด”1

Array ( [0] => ธนาคารออมสิน [1] => เข้าใจหัวอก [2] => SMEs [3] => ผุด [4] => “สินเชื่อ [5] => GSB [6] => SMEs [7] => เต็มสุขเต็มสิบ” [8] => ช่วยเสริมสภาพคล่อง [9] => ให้ธุรกิจไทยได้ไปต่อ )

ธนาคารออมสิน เข้าใจหัวอก SMEs ผุด “สินเชื่อ GSB SMEs เต็มสุขเต็มสิบ” ช่วยเสริมสภาพคล่อง ให้ธุรกิจไทยได้ไปต่อ1

Array ( [0] => “ออมสิน” [1] => ชวนออมผ่าน [2] => “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ [3] => 5” [4] => และ [5] => “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ [6] => 10” [7] => ดอกเบี้ยดี [8] => ไม่เสียภาษี )

“ออมสิน” ชวนออมผ่าน “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5” และ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 10” ดอกเบี้ยดี ไม่เสียภาษี1

Array ( [0] => “กัลฟ์”โชว์รายได้ทะลัก-กำไรพุ่ง [1] => อานิสงส์ [2] => “โรงไฟฟ้า [3] => IPP [4] => -ส่วนแบ่งกำไรจาก”อินทัช” )

“กัลฟ์”โชว์รายได้ทะลัก-กำไรพุ่ง อานิสงส์ “โรงไฟฟ้า IPP -ส่วนแบ่งกำไรจาก”อินทัช”1