xnxx
anal creampie dever bhabhi ki jawani.
viet69hd
Saturday, January 29, 2022
Home ตรงประเด็น

ตรงประเด็น

ความรู้เบื้องต้น “ดิจิทัล เคอเรนซี”

กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่คนไทยให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ “ดิจิทัล เคอเรนซี  (Digital Currency) หรือเงินสกุลดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คริปโคเคอเรนซี” ซึ่งราคาผันผวนเพิ่มขึ้น และลดลงอย่างรวดเร็ว ล่อตาล่อใจให้ “นักลงทุน” เข้าไปลงทุนทำกำไรอย่างยิ่ง แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนยังสงสัย และไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีการเงินใหม่ หรือเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นนี้คือ อะไรกันแน่  วันนี้เป็นการเริ่มต้น สำหรับคนที่ไม่รู้ หรือยังไม่เข้าใจมาก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้นว่า ดิจิทัล เคอเรนซี คืออะไรมีกี่ประเภท มีประโยชน์ และความเสี่ยงอย่างไรบ้าง โดยความรู้เบื้องต้นนี้ จัดทำขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และนำมาเล่าต่อให้อ่านกัน ดิจิทัล เคอเรนซี  (Digital Currency) หรือเงินสกุลดิจิทัล ตั้งแต่เดิมนั้น ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการส่งผ่านมูลค่าระหว่างกัน โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง (เช่น สถาบันการเงิน ) ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สูงในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเปลี่ยนใช้ระบบบล็อกเชนมาทดแทนตัวกลางในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างเพื่อการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ทำให้สามารถพัฒนานวัตกรรมทางการเงินได้หลากหลายประเภทกว่าการพัฒนาผ่านระบบตัวกลางทางการเงิน โดย ดิจิทัล เคอเรนซี แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Private Digital Currency หรือ เงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยภาคเอกชน หรือที่เราคุ้นหูว่า “คริปโตเคอเรนซี” (Crypto currency) และอีกประเภทคือ Central Bank Digital Currency เงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง หรือที่เรียกกันว่า CBDC

“โอไมครอน” ความเสี่ยงของ K-Shape Model

ยังไม่ทันเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจะเป็นช่วงหนึ่งที่จะมีการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดทั่วโลก การระบาดของโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ “Omicron” (โอไมครอน) ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำท่าว่า “พลิกเกม” การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลก    เพราะแม้ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนถึง “ความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อ และความรุนแรงของอาการป่วย” มากนัก แต่วงการแพทย์คาดว่า การกลายพันธุของ 32 ตำแหน่งในดีเอ็นเอของ “โอไมครอน”  จากโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม จะส่งผลให้การแพร่ระบาดของ “โอไมครอน” ง่ายกว่า และเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาประมาณ 1 เท่าตัว  และที่สำคัญกว่านั้น คือ เชื่อว่า “โอมิครอน” สามารถหลบเลี่ยงและต่อต้านวัคซีน และภูมิคุ้มกันได้มากกว่าเดิม ทำให้วัคซีนเดิมที่เรามีอยู่ด้อยประสิทธิภาพลง และมีแพทย์บางคน ออกมาระบุว่า การตรวจด้วย ATK อาจจะไม่สามารถที่จะพบการติดเชื้อ “โอไมครอน” ได้ ทั้งนี้ ใน “ข้อเท็จจริง” อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการ “ยืนยันผล” แต่อย่างไรก็ตาม การระบาดของ “โอไมครอน” ที่พบมากขึ้นๆ ในหลายประเทศ ทั้งในยุโรป แคนาดา และเอเชีย รวมทั้งการสั่งยุติเที่ยวบินจาก 8 ประเทศในแอฟริกาที่มีการระบาดของ “โอไมครอน” ได้สร้างความปั่นป่วนรุนแรงให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก  ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์เริ่มกังวลว่า หาก “โอไมครอน” มีการระบาดรุนแรงเท่ากัน หรือ ช่วงการระบาดของโควิด “เดลตา” จะทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัว มีความเปราะบางและฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คิดไว้

ส่อง “พาวเวล” ผงาดขึ้นประธานเฟดสมัยที่ 2

หลังจากที่ขับเคี่ยวกันมาระยะหนึ่ง ระหว่างนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) คนปัจจุบัน และนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟด 2 ตัวเก็งที่อาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งหลังนายพาวเวล ครบการดำรงตำแหน่ง 4 ปีในเดือน ก.พ.ปีหน้า เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่า เขาได้เสนอชื่อนายเจอโรม พาวเวล ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ท่ามกลางเสียงขานรับของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ ระบุว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีไบเดน ให้นายพาวเวลดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่2 ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น  รวมทั้งเห็นผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยตลาดเงิน และตลาดทุนมีความเชื่อมั่นต่อนายพาวเวล โดยเฉพาะกรณีที่นายพาวเวลสามารถรักษาความเป็นอิสระของเฟด และดำเนินการในสิ่งที่เขาเห็นว่าถูกต้อง แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันทางการเมือง ในช่วงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมักแสดงความไม่พอใจต่อนายพาวเวล และนโยบายการเงินของเฟด และขู่จะปลดนายพาวเวลบ่อยครั้ง นอกจากนั้น ตลาดยังมองว่า การดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่ 2 จะทำให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบายเฟดโดยที่ผ่านมา ตลาดพอใจการส่งสัญญาณการปรับทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างต่อเนื่อง และชัดเจน ซึ่งทำให้ตลาดสามารถปรับตัวรับมือโดยไม่แตกตื่นมากเกินไป จนสร้างความเสียหายให้กับเงินลงทุน  และคาดว่า เฟดจะทำเช่นนั้นต่อเนื่องในปี 2565-2566 ซึ่งเป็นช่วงของการดำเนินการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)  และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อในช่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

สาหัสแค่ไหน : ธนาคารโลกเผยสำรวจโควิด-19 ในไทย

ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แม้ว่า ในขณะนี้อาจจะไม่รุนแรงเหมือนในช่วงก่อนหน้า และหลายๆ ประเทศเริ่มมี “มุมมองใหม่” ที่จะปรับการใช้ชีวิต และการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สามารถที่จะดำเนินไปพร้อมๆ กับการป้องกัน และเฝ้าระวังการระบาดครั้งใหม่ๆ ของโควิด-19  ขณะเดียวกัน ในระหว่างนี้ รัฐบาลทุกประเทศมีหน้าที่เดียวกัน คือ “เยียวยาบาดแผล” ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่โควิด-19 ทิ้งไว้ สำหรับการระบาดของโควิด-19 ในไทยนั้น ในฐานะที่เป็นประเทศที่สองที่มีรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563  “ธนาคารโลก”  ได้ตามติดผลกระทบของโควิด-19 ในประเทศไทย ทางสังคมและเศรษฐกิจโดยธนาคารโลกได้ออกเงินทุนสนับสนุนแกลลัพโพล (Gallup Poll) ให้ดำเนินการสeรวจทางโทรศัพท์อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา สัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุเกิน 18 ปี ประมาณ 2,000 คน ครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้ การจ้างงาน แหล่งที่มาของรายได้ครัวเรือน การเข้าถึงอาหารและความมั่นคงทางอาหาร การคุ้มครองทางสังคมและกลไกการรับมือ การเข้าถึงการศึกษา การเข้าถึงบริการสุขภาพและวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยพบว่า หลังจากมีการรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 เคสแรกในเดือนมกราคม รัฐบาลไทยสามารถควบคุมและ ตรึงให้ผู้ป่วยโควิด-19 มีจำนวนน้อยจนถึงเดือนกันยายนปีเดียวกัน เนื่องด้วยประกาศใช้มาตรการควบคุมได้อย่างทันท่วงที และกลยุทธ์ติดตามผู้สัมผัสที่มีประสิทธิภาพ 

11.11 วันคนโสด = วันจ่าย

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก จะเริ่มคลี่คลาย เปิดให้คนส่วนใหญ่ของโลกออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติกันแล้ว แต่นักวิเคราะห์ด้านการตลาด ออกมาทำยายว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ในวันลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีวันหนึ่งในโลกออนไลน์  ในวันที่ 11  เดือน 11 ปีนี้ น่าจะสูงขึ้นทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง โดยยอดขายในมหกรรม “วันคนโสด” 11.11 ของ “อาลีบาบา” แพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ชื่อดังของโลก ต้นตำรับของมหกรรมลดราคาดังกล่าว ระบุว่า ในวันที่ 11 พ.ย. 2563 อาลีบาบามียอดขายตลอดมหกรรมคนโสดในวันที่ 1-11 พ.ย.63  อยู่ที่  467,500 ล้านหยวน  หรือ ประมาณ 70,590 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (2.33 ล้านล้านบาท)  มีการสั่งซื้อสินค้าไปทั้งสิ้นกว่า 1.6 ล้านชิ้น  โดยสินค้าที่ผลิตภัณฑ์อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องสำอาง เป็นสินค้ายอดนิยมสูงสุด และหากรวมการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ รวมทั้งเว็บไซด์ที่เป็นทางการของสินค้า ซึ่งหันมาร่วมมหกรรมดังกล่าวกันอย่างคึกคึกแล้ว ยอดขายน่าจะทะลุ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  (3.3 ล้านล้านบาท) ได้อย่างไม่ยากเย็น ทั้งนี้ เหตุผลที่นักวิเคราะห์มองว่า ยอดขายสินค้าในปีนี้จะพุ่งขึ้นต่อเนื่องไปอีกนั้น มาจาก 2-3 ประเด็น ส่วนแรกคือการอัดโปรโมชั่น และค่าส่งที่จูงใจมากขึ้นของบรรดาเจ้าของสินค้า เนื่องจากทุกวันนี้การแข่งขันการขายสินค้าในโลกออนไลน์สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะการขอแชร์ส่วนแบ่งตลาดจากเจ้าของผลิตภัณฑ์รายใหญ่ รวมทั้งแบรนด์เนมของธุรกิจดาวรุ่ง ที่คุณภาพสินค้าดี มีการสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ  แต่ราคาไม่สูงเท่า  ขณะเดียวกัน  การติดอยู่กับโควิด-19 เกือบๆ 2 ปี ทำให้พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของคนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปจากคนจำนวนหนึ่งที่เคยต้องการเห็นสินค้าก่อนสั่ง หรือ ไม่กล้าสั่งเพราะกลัวถูกหลอกลวง หรือได้รับสินค้าไม่ตรงปก 

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีจริงหรือ!!!

อากาศที่ร้อนจัดขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่ผันผวนมากขึ้น พายุขนาดใหญ่ที่ก่อตัวเพิ่มขึ้น สภาพความหนาวเย็นที่เพิ่มมากขึ้นในขณะที่คลื่นความร้อน และความหนาวเย็น เกิดขึ้นผิดฤดูกาลบ่อยครั้งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change crisis กำลังเป็น “ความกังวล”ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ของบรรดานักสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข รวมทั้งนักเศรษศาสตร์ทั่วโลก โดยมองว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างรวดเร็วในขณะนี้ จะกระทบต่อ “ความเป็นอยู่ อาหารการกิน และการใช้ชีวิตของคนทั่วโลก” เร็วขึ้นกว่าและมากกว่าที่เคยคาดกันไว้ ที่สำคัญ แม้ดูเหมือนว่า ประชากร และรัฐบาลในหลายประเทศในโลกจะเริ่มตระหนักถึง “การสร้างความยั่งยืน และเศรษฐกิจสีเขียว” มากขึ้น แต่ก็ยังมีสัดส่วนครึ่งๆ ระหว่างการตระหนักอย่างแท้จริงและเริ่มคิดแก้ไข กับ การตระหนักแบบผิวๆ ตามแฟชั่น มากกว่าที่จะเร่งปรับเปลี่ยนจริงจัง  นอกจากนั้น การออกนโยบายของผู้บริหารประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในขณะนี้ กลับถูกบิดเบือนจากการรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การลดโลกร้อน  เป็นการใช้นโยบายดังกล่าวเพื่อหาประโยชน์ในทางธุรกิจ และการกีดกันทางการค้า ในระหว่างการจัดงานประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (The 26th UN...

“AUTOVACC” บรรจุวัคซีนเร็ว แม่นยำ เพิ่มโดส

นวัตกรรมฝีมือคนไทยช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ รายการบุรินทร์เจอนี่สัปดาห์นี้! พาไปรู้จักกับ การจัดเตรียมวัคซีน (syringe) ให้พร้อมและเพียงพอต่อประชาชนจำนวนมาก ๆ  ด้วยแรงงานคนอาจส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดความเหนื่อยล้า และอาจเกิดความผิดพลาดได้ มาพบกับนวัตกรรมฝีมือคนไทย ภายใต้ชื่อ AUTOVACC ที่จะมาแบ่งเบาและลดปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ https://www.youtube.com/watch?v=Ig0TsLM7OBc

ทำอย่างไรจะสูงวัยแบบไม่ยากจน

“การเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่ภาวะที่เงินออมที่ไม่เพียงพอต่อการยังชีพในยามชราภาพ ในขณะที่ภาครัฐเองไม่มีความยั่งยืนทางการคลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือ”  กำลังเป็นอีกหนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลสำหรับประเทศไทยในขณะนี้” จากผลการศึกษาของสหประชาชาติ (UN 2019)พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนของประชากรที่อายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นจาก 13% ของจำนวนประชากร ในปี พ.ศ. 2563 เป็น 26% ในปี พ.ศ. 2583  หรือภายใน 20 ปีข้างหน้า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์   ได้นำเสนอบทวิจัย  PIER Research Brief เรื่อง “ระบบจัดการรายได้ผู้สูงอายุ: ควรปรับเปลี่ยนอย่างไรให้เพียงพอและยั่งยืน”  โดยผู้ทำการวิจัย และให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจ  ประกอบด้วย น.ส.นฎา วะสี หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย และนายพิทวัส พูนผลกุล นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์   ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รศ.ดร.พรพจ ปรปักษ์ขาม National Graduate Institute for Policy...

วัดผลสำเร็จ! มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ในส่วนของภาคเอกชนทำงานติดขัดหรือเลวร้ายจนทำงานไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ประสบปัญหาตกงาน หรือรายได้ลด หากจะให้เศรษฐกิจพอที่จะมีแรงไปต่อได้ ภาครัฐจะต้องทำหน้าที่สร้างแรงขับเคลื่อนหลักเพื่อเข้าไปทดแทน ในช่วงวิกฤตโควิดครั้งนี้ก็เช่นกัน ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เราถูกตัดขาดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบจะเป็นศูนย์ ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้า เพิ่งเริ่มกลับมา และยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ธุรกิจและประชาชนในประเทศจำนวนมากขาดรายได้  ส่งผลให้ในช่วงกว่า 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง  ทั้งการให้เงินโดยตรงเพื่อเยียวยาความเดือดร้อน เฉพาะหน้าให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือโครงการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และส่งผลให้เกิดเงินสะพัดไปยังธุรกิจ และร้านค้าขนาดเล็กอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง อย่างโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และเฟส 2  ซึ่งหากวัดประสิทธิผลกัน มาตรการกระตุ้น และเยียวยาเศรษฐกิจของรัฐในช่วงแรกนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างดี 

เงินเฟ้อแบบฟุบ : Stagflation มาทักทาย??

หลังจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตให้ปรับสูงขึ้น รวมทั้งเริ่มเห็นการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. และคาดว่าจะเร่งตัวต่อเนื่องในเดือน ก.ย.และเดือนต่อๆ ไป  ทำให้เริ่มมีนักวิชาการบางคนออกมาพูดว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือที่เรียกแบบไทยๆว่า ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงฟุบ หรือซบเซาต่อเนื่อง ซึ่งภาวะเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมจากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่รายได้ยังคงลดลงต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 Stagflation มาทักทายเศรษฐกิจไทยแล้วจริงหรือ? และจะส่งผลกระทบรุนแรงสกัดกั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ลองมาทำความเข้าใจสถานการณ์วันนี้กันก่อน Stagflation คือ ภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท เช่น ราคาอาหาร ราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบต่างๆ  หรือเกิดขึ้นจากฝั่งต้นทุนการผลิตสินค้า เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เพิ่มขึ้นจากฝั่งกำลังซื้อที่มาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวร้อนแรง หรือผู้คนมีรายได้ และพลังในการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพราะเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะตกต่ำหรืออยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ สถานการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 และช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้น และส่งผลต่อเนื่องให้มีการตัดสินใจชะลอการลงทุนใหม่ๆ รวมทั้งชะลอการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตาม  หากมองในอีกด้าน นักเศรษฐศาสตร์มองว่า Stagflation จะเป็นภาวะที่เกิดขึ้นไม่นาน และที่ผ่านมาจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงิน หรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือกระทบให้เกิดการลดวงเงินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาทางเศรษฐกิจ เหมือนกรณีที่เกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือ Inflation 

POPULAR NEWS

https://www.xxxhub.online porn tube petite brunette in crotchless pantyhose fucking. http://rajwap.center