xnxx
anal creampie dever bhabhi ki jawani.
viet69hd
Sunday, May 22, 2022
Home ตรงประเด็น เศรษฐกิจคิดง่ายๆ

เศรษฐกิจคิดง่ายๆ

ผลสำรวจภาคธุรกิจ ธปท. ชี้ชัด : สินค้าขึ้นราคาแน่!

เชื่อว่าในขณะนี้ ผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ราคาเนื้อสัตว์หลายๆประเภทที่แพงขึ้น เหล่านี้ กำลังเป็นปัญหาที่กระทบการดำรงชีพของคยไทยจำนวนมาก จาก “ค่าครองชีพ”ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ผลิตสินค้าบางรายการที่ตัดสินใจเพิ่มราคาขายสินค้าของตนเองไปแล้ว บางรายให้วิธีลดไซส์ลดปริมาณลง ขณะที่สินค้าอีกหลายรายการกำลังเตรียมที่จะขึ้นราคา หลังจากกัดฟันตรึงราคามาแล้วพักใหญ่ สินค้าที่ปรับขึ้นราคาไปแล้วชัดเจน ได้แก่ ราคาอาหารปรุงสำเร็จ ทั้งที่ขายขึ้นห้าง และขายกันตามตลาด ต่างพากันขึ้นราคากันเมนูละ 5 บาท 10 บาท ขณะที่เครื่องปรุงอาหาร น้ำมันพืช ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน  ขณะที่ที่มีข่าวออกมาต่อเนื่องว่า หลังจากราคาสินค้าก๊อกแรกหลายๆ ตัวเพิ่มขึ้นไปแล้ว เรายังต้องเผชิญกับ “ก๊อก 2” โดยสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลายรายการจะขึ้นราคาตามมาในช่วง 1-3 เดือนนี้ เห็นได้จาก “กระทรวงพาณิชย์” ในฐานะกระทรวงที่ดูแล “ราคาสินค้า”โดยตรง ได้เริ่มก็ออกมา “ปูพื้น” ให้ประชาชนเข้าใจบ้างแล้วถึง “ต้นทุนการผลิตสินค้า” ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้ง ราคาอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ที่ราคาสูงขึ้นทันที จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซีย รวมทั้งผลกระทบทางอ้อมจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติตะวันตก หมายความง่ายๆ ว่า เมื่อ “ต้นทุน” เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การยอมให้ผู้ประกอบารปรับขึ้นราคาสินค้า ย่อมเกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก”  อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา  ธปท.ได้มีการผลสำรวจภาคธุรกิจเกี่ยวกับการปรับราคาสินค้าและบริการ ซึ่งผลสำรวจล่าสุดของ ธปท. พบว่าตั้งแต่ปี 2564-ก.พ 2565 ซึ่งเป็น แม้ว่าช่วงที่ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ธุรกิจในภาคการผลิต และภาคบริการ ส่วนใหญ่มากกว่า 50% ยังไม่มีการปรับราคาสินค้า 

Stagflation : เศรษฐกิจพังเพราะเงินเฟ้อพุ่ง

ผลกระทบจากสงครามยูเครน-รัสเซีย และมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าและการเงินระหว่างโลกตะวันตกที่มีต่อรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงานของโลกพุ่งสูงขึ้นมาก เพราะรัสเซียเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแหล่งปลูกข้าวสาลี และพืชอาหารสัตว์ที่สำคัญของโลก ซึ่งการขาดแคลน หรือราคาที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อสัตว์ให้เพิ่มสูงขึ้น และสำหรับประเทศไทย รัสเซียยังเป็นแหล่งผิตปุ๋ยเคมีราคาถูก ซึ่งหากไม่สามารถที่จะนำเข้าหรือนำเข้าในราคาที่เพิ่มสูงขึ้น จะกระทบต่อเกษตรกรและพืชเกษตรของไทยอีกด้วย โดยล่าสุด รัฐบาลยืนยันได้เพียงว่าจะพยายามตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ปล่อยราคาน้ำมันเบนซิน และก๊าซโซฮอลล์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งราคาทะลุ 40 ต่อลิตรไปแล้วในขณะนี้ ทั้งนี้ราคาน้ำมัน และราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นทุกบาท เท่ากับเงินในกระเป๋าของคนไทยที่ลดลงเช่นกัน และยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อหรือ Inflation ของไทยพุ่งขึ้นสูงมากในรอบ 13 ปีในเดือน ก.พ.ที่ 5.28% และมีโอกาสที่จะสูงขึ้นได้อีกในเดือนถัดๆไป หากสงครามยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า และการส่งออกน้ำมันรุนแรงขึ้นอีก  เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในสภาวะซบเซา ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กำลังซื้อ และความสามารถในการชำระหนี้ของคนในประเทศลดน้อยลง ทำให้มีความกังวลว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่สถานการณ์อย่างไรในระยะต่อไป จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเงินเฟ้อ แต่คนฟุบ หรือไม่ มีมุมมองที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกัน เริ่มจากการประเมินสถานการณ์ จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของธนาคารกรุงไทย หรือ Krungthai COMPASS ประเมินว่าความรุนแรงของผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับระยะเวลาของความขัดแย้งจนกว่าจะได้ข้อยุติ โดยแบ่งออกเป็น3 กรณี กรณีที่ 1 ดีที่สุด: ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาตกลงกันได้ไม่เกิน 1 เดือน (สิ้นเดือน มี.ค.) จากนั้นสถานการณ์จะกลับสู่ระดับปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแตะระดับสูงสุดในเดือน มี.ค. ก่อนจะทยอยปรับลดลง 

7 คำถามกับแบงก์ชาติ Retail CBDC/PromptPay/Cryptocurrency ต่างกันอย่างไร

กระแสของสกุลเงินดิจิทัลมาแรงมากๆ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และยังแรงไม่ตกจนถึงขณะนี้  โดยเฉพาะเมื่อมีนักวิเคราะห์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ผลจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ระบบการเงิน และการชำระเงินของรัสเซีย จากสงครามยูเครน อาจจะเป็นอีกช่องทางที่ทำให้ “นักธุรกิจ” ทั่วโลก เห็นความสำคัญของ“cryptocurrency คริปโตเคอเรนซี” ในฐานะทางเลือกของ “การแลกเปลี่ยนที่เสรี” ในสถานการณ์วิกฤตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแส cryptocurrency สกุลต่าง ซึ่งมีทั้งข้อดี และข้อเสียในการนำมาใช้ โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือของสกุลเงิน ปัญหาภัยจากโลกไซเบอร์ และความผันผวนของ cryptocurrency ที่สูงมากในแต่ละช่วงเวลา ธนาคารกลางทั่วโลกได้พยายามที่จะสร้างเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง มาใช้ควบคู่กับเงินหลักที่เป็นกระดาษ และเหรียญกปาษณ์ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ๆ ในการต่อยอดและสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ ในต้นทุนที่ถูกลง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีแผนทดลองออกสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองเพื่อทดสอบการใช้ในระดับประชาชนหรือที่เรียกว่า retail CBDC  (retail central bank digital currency)  ออกมาเช่นกัน

ปี 64 โต 1.6% สูงกว่าคาด…เม็ดเงินมาจากไหน

วันจันทร์ที่ 21 ก.พ.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ได้รายงานการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ประจำไตรมาส ซึ่งตัวเลขล่าสุดที่ออกมาในไตรมาสที่ 4 ของปี2564 ที่ผ่านมานั้น เศรษฐกิจไทยของเราขยายตัวได้ถึง 1.9% ส่งผลให้ในภาพรวมทั้งปี 2564 เพิ่มขึ้น 1.6% ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 1.2% โดยในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยของเราขยายตัวติดลบ 2 ไตรมาสเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2563 และติดลบ1 ไตรมาส หากคิดเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจติดลบของไทย ไม่ถือว่าเป็นการเข้าสู่“เศรษฐกิตถดถอย” ตามนิยาม เนื่องจากการติดลบ 2 ไตรมาสนั้น เป็นการติดลบแบบไตรมาสเว้นไตรมาส ไม่ได้เกิดขึ้น 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัวติดลบ 2.4%  เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 7.7% มื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน เนื่องจากไตรมาสที่ 2 ของปี 63 นั้น เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิดสูงที่สุด โดยติดลบไปถึง 12.3% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ของปี 64 อยู่ในภวะทรงๆ ขยายตัว 0% หรือ ไม่ขยายตัวนั่นเอง เข้าสู่ไตรมาสที่ 3 เป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทย เผชิญหน้ากับโควิด สายพันธุ์โอมิครอน ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยติดลบอีกครั้ง โดยเป็นการติดลบทั้งเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า โดยติดลบ0.2% และติดลบ 0.9% ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 4 ไตรมาสุดท้ายถือเป็นการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยขยายตัว 1.8% และขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ดังนั้น เมื่อมองตัวเลขทั้งปี เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะเห็นว่าอยู่ในระดับซึมๆ ไม่แตกต่างจากปี 63 มากนัก เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์เดลตา และโอมิครอน จึงไม่แปลกที่คนไทยส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยซบเซาต่อเนื่อง ส่งผลให้สังคมไทยอยู่ใน” ความเครียด” ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเศรษฐกิจจะมีโอกาสขยับขึ้นได้บ้าง ในช่วงที่การแพร่ระบาดทั่วโลกลดลง หรืออยู่ในภาวะที่คุมได้เท่านั้น   อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่่ผ่านมา รัฐบาลของประเทศส่วนใหญ่ในโลก รวมทั้ง ประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยน “แนวคิด”และ “แนวนโยบาย” จากความพยายามควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ให้น้อยที่สุดเป็น การอยู่ร่วมกับโควิด-19 โดยไม่มีการล็อกดาวน์เศรษฐกิจ

มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในยุค “ของแพง-เงินเฟ้อ”

หากใครติดตาม สถานการณ์เศรษฐกิจ และการเงินของโลก จะพบว่า หลายประเทศซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของโลกกำลังเผชิญหน้ากับ “อัตราเงินเฟ้อ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อล่าสุดที่ประกาศออกมาสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี โดยอยู่ที่ 7.5% ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณชัดเจน ที่จะลดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงลง เนื่องจากมองว่า เงินเฟ้อที่เกิดขึ้น มาจากทั้งด้านอุปทาน และอุปสงค์ เหตุเพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และกลับมาสู่ก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว สำหรับประเทศไทยนั้น อัตราเงินเฟ้อในเดือน ม.ค.ที่ประกาศออกมา 3.23% ถือเป็นเดือนแรกเช่นกันที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงทะลุกรอบเป้าหมายนโยายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อที่เหมาะสมของปี 65 ไว้ที่ 1-3%  โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยที่เพิ่มขึ้นแรงนั้น มาจากด้านอุปทาน หรือราคาสินค้าสำคัญที่อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามปัจจัยภายนอกประเทศ ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์แพงขึ้นมากเช่นกันโดยได้รับผลต่อเนื่องจากราคาเนื้อหมู ที่สูงขึ้นมากจากภาวะขาดแคลนผลผลิต  ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาของ 2 หมวดที่สำคัญดังกล่าว ได้กดดันให้ต้นทุนการผลิตสินค้า และต้นทุนการขนส่ง ให้เพิ่มขึ้นตาม ทำให้สินค้าในหมวดที่เกี่ยวเนื่องพุ่งสูงขึ้น โดยราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนในแทบทุกหมวดสินค้า ขณะที่เราเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัว เนื้อไก่ ไข่ไก่ รวมทั้ง ราคาสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นผลจากราคาหมูที่สูงขึ้น และส่งผลต่อเนื่อง ให้ราคาอาหารทำสำเร็จ ทั้งทานในบ้าน และทานนอกบ้านปรับราคาสูงขึ้น ธปท.ระบุว่า 5 อันดับสินค้าที่ราคาสูงขึ้นมาก ประกอบด้วย 1. น้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น  27% จากระยะเดียวกันปีก่อน2. เนื้อสัตว์ (เนื้อหมู/โค) เพิ่มขึ้น 22%...

เมื่อ “ข้อมูลการเงิน” กลายเป็นเรื่องสนุก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า วันนี้ “digital transformation” หรือ การนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล และบิ๊ก ดาต้า มาปรับกระบวนการภายใน ปรับกระบวนการทางธุรกิจ วางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อปรับเข้าหาวิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้กลายเป็น “วัฒนธรรมใหม่ของแทบทุกองค์กร”  ขณะที่คนทั่วโลก ให้ความสำคัญของ “ข้อมูลดิจิทัล” มากขึ้น ทั้งการนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วเดิมเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้เกิดการแชร์ข้อมูลออกไปและนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น  รวมทั้งสามารถลดต้นทุนขั้นตอนในการเดินทางหรือส่งเอกสาร นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบออนไลน์ เช่น ข้อมูลการซื้อขายสินค้า และบริการผ่านระบบ หรือแอพพลิเคชั่นออนไลน์ทั้งหลาย และข้อมูลดิจิทัลที่หลั่งไหล และหาได้ง่ายขึ้นเหล่านี้ ช่วยทำให้คนธรรมดาๆ ร้านค้าเล็กๆ สามารถเรียนรู้เทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคในโลกปัจจุบันชัดเจนมากขึ้น   ขณะเดียวกัน บริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมทั้งสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตรงใจผู้บริโภคได้อย่างถูกที่ ถูกเวลา ในโลกอนาคตอีกไม่ไกลนี้ เราอาจจะสามารถรู้ข้อมูลของ “คนหนึ่งคน” แบบละเอียด ผ่าน “บัตร” ใบเดียว ทั้งหน้าตาข้อมูลสุขภาพ ความสนใจ งานอดิเรก สีที่ชอบ ร้านอาหารที่โปรดปราน ฯลฯ  และมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตมากขึ้นๆ เรื่อยๆ  แต่สำหรับ ข้อมูลดิจิทัลในปัจจุบันที่น่าสนใจมาก และภาคธุรกิจสามารถที่จะสนุกไปกับการวางแผนงานต่างๆ ผ่านข้อมูลนี้ได้ข้อมูลหนึ่ง คงหนีไม่พ้น “ข้อมูลด้านการเงิน” ซึ่งสะท้อนตัวตน และความสนใจของ”คน” หรือ “ผู้บริโภค” ในปัจจุบันนี้  วันนี้ เรามาสนุกกับข้อมูลของ ดร.ฐิติมา ชูเชิด  ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่รวบรวมข้อมูลทางการเงินในโลกดิจิทัลไว้กัน

เผยสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2021” คนไทยสั่งกาแฟสูงเท่าภูกระดึง 765 ภู

LINE MAN เสิร์ฟสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2021” เผยพฤติกรรมเดลิเวอรีของคนไทยทั้ง 77 จังหวัดตลอดทั้งปี 2021 จากผู้ใช้กว่า 5.9 ล้านคนต่อเดือน ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 500,000 ร้าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ทั้งกิน ทั้งช้อปในปีแห่งเดลิเวอรีบน LINE MAN โดยระบุว่า “กาแฟ” ขายดีสุด! สั่งเดลิเวอรีทั้งปีรวมกัน 6.3 ล้านแก้ว เรียงต่อกันเท่ากับภูกระดึง 765 ภู แซงหน้า “ไก่ทอด” เมนูแชมป์เก่าปีก่อนหน้าที่มียอดสั่งเดลิเวอรีรวมกัน 5.3 ล้านชิ้นในปี 2020 ขณะที่เมนูมาแรงช่วงคลายล็อกดาวน์สิ้นปี (ต.ค. - พ.ย. 64) คือ เมนู “ไก่ย่าง” คว้าอันดับหนึ่งเมนูที่มียอดออร์เดอร์เติบโตสูงที่สุด ตามมาด้วย “ไก่ทอดชุบเกล็ดขนมปัง” และ “หมูปิ้ง” ขณะที่ไรเดอร์ของ LINE MAN จัดส่งอาหารทั้งปีเป็นระยะทางรวมกัน 655 ล้านกิโลเมตร สามารถวนรอบโลกได้ถึง16,344 รอบ โดยจังหวัด“ชลบุรี”...

สวัสดีปีใหม่..เศรษฐกิจไทย..ใจระทึก!!

เปิดศักราชปีใหม่ เศรษฐกิจไทยปีเสือ กลับสู่การทำงานกันอย่างปกติ แบบไม่ปกติ หรือจะเรียกว่า “ปกติใหม่” (New Normal) อะไรก็ตามแต่ โดยล่าสุด สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้หน่วยงานรัฐทำงานนอกที่ตั้ง หรือกลับไป Work From Home ทำงานที่บ้าน อีกครั้งไปจนถึงวันที่ 14 ม.ค. รวมถึงของความร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชนที่สามารถดำเนินการให้ขอให้พนักงานกลับไป Work From Home อีกครั้งด้วยเช่นกันในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดรุนแรงครั้งใหม่ของโรคโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์เก่า สายพันธุ์ใหม่ ไม่ให้กระจายต่อเนื่อง หลังจบช่วงการเดินทางท่องเที่ยว และเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ขณะเดียวกัน ในส่วนของการเปิดรับนักท่องเที่ยว และคนไทยจากต่างประเทศนั้น รัฐบาลจะยังคงการระงับการเข้าประเทศแบบ Test & Go หรือกักตัว 1 วันต่อไปอีกระยะ แต่ยังสามารถเข้าประเทศผ่าน Sandbox ซึ่งกักตัว 7 วัน และการกักตัวตามปกติ 10-14 วันต่อไปได้ โดยทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุด สายพันธุ์ที่ยังเป็นสายพันธุ์หลักของปะเทศยังเป็น “สายพันธุ์เดลตา” ขณะที่สายพันธุ์ใหม่ หรือสายพันธุ์โอมิคอรอน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดทั่วโลก กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

สำรวจแนวโน้ม 6 ตลาด “เงิน-ทุน-สินทรัพย์” รับปีเสือ

ส่งท้ายสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564 เตรียมตัวเข้าสู่ปีหน้า “ปีเสือ” ซึ่งเปิดต้นปีมา เราคงเห็นทิศทางที่ยังไม่ค่อยสดใสเนื่องจากความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ซึ่งกลับมาเปราะบางอีกครั้ง ในช่วงกลางๆ เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังประเทศไทยตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และนอกเหนือจากผลกระทบต่อ “ทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย” แล้ว แนวโน้มการแพร่ระบาดของ “โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน” ยังมีผลต่ออารณ์ความรู้สึกของนักลงทุน บรรกาศของการใช้จ่าย การลงทุน และทิศทางราคาสินค้าสำคัญๆ ในปีหน้านี้อีกด้วย โดยแต่ละสินค้า แต่ละสินทรัพย์ แต่ละตลาด ถูกกระทบแตกต่างกันไป บางตลาดได้รับผลกระทบสูง บางตลาดได้รับผลกระทบแต่ไม่มาก บางตลาดอาจจะได้รับผลดีจากสถานการณ์นี้ก็เป็นไปได้ มาติดตาม “ทิศทาง” จากผู้รู้ในแต่ละตลาด ที่ได้รวบรวมมาให้ ใน 6 ตลาดที่สำคัญ ตลาดทองคำ : สินทรัพย์ปลอดภัยมีโอกาสขึ้นต่อ เริ่มต้นจาก “ตลาดทองคำ”  บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG มองภาพรวมราคาทองคำตลอดทั้งปี 2565 ว่า จะยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา โดยราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบบวกลบ 3,000 บาทจากปี 2564 หรือคาดว่าปรับขึ้นไปสูงสุดประมาณ 29,800 บาท

มองเศรษฐกิจผ่าน 5 เทรนด์ใหม่รับปี 65

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์  เราจะผ่านปีเก่า 2564 ไปสู่ปีใหม่ 2565 และต้อนรับการครบรอบ 2 ปี ของการอยู่กับ“วิกฤตโควิด-19” อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปี 2564 ที่ผ่านมา เราจะต้องเผชิญหน้ากับ “วิกฤตที่หนักมาก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา โดยมีผู้ติดเชื้อสูงสุดมากกว่า 23,000 คนต่อวัน ต้องเผชิญหน้ากับการล่มสลายอย่างสิ้นเชิงของระบบสาธารณสุขของประเทศ  แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านความยากลำบาก ภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยได้ผ่าน “จุดต่ำสุด” ของวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวในไตรมาสที่ 4  ขณะที่การกลายพันธุ์ของโควิด-19 จากสายพันธุ์เดลตาเปลี่ยนสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งแพร่กระจายได้เร็วกว่า และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้มากกว่ากำลังเป็นความกังวลของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า “ไฟเซอร์” ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ออกมายอมรับว่า โควิด-19 ยังมีโอกาสกลายพันธุ์ต่อเนื่องเป็นสายพันธุ์ใหม่ได้อีก โดยหลังจากการเกิด “โอมิครอน” ทำให้ตระหนักได้ว่า เรายังต้องอยู่กับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี โดยคาดว่า โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นในทุกภูมิภาคทั่วโลกภายในสิ้น 2567 แต่นอกเหนือจาก “โควิด-19” นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ยังมีโอกาส และความเสี่ยงอีก 5 เรื่อง ซึ่งจะเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ และเราจำเป็นต้องปรับตัว ปรับธุรกิจเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด

POPULAR NEWS

https://www.xxxhub.online porn tube petite brunette in crotchless pantyhose fucking. http://rajwap.center