Friday, February 21, 2020
Home ตรงประเด็น

ตรงประเด็น

วิกฤติสายการบินทั่วโลกระส่ำ! ปี2561-62 ปิดกิจการแล้ว 41 แห่ง

ปี 2562 ปิดกิจการไปแล้ว 23 แห่งราคาน้ำมันพุ่ง ค่าแรงขยับ การแข่งขันรุนแรงกำไรทั้งปี 2562 สายการบินทั่วโลก 28,000 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.5% จากปี 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  Allplane.tv ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ด้านการบิน ได้รวบรวมรายชื่อสายการบินที่ปิดตัวในปี 2562 ไว้มากถึง 23 แห่ง (ข้อมูล ณ 20 ตุลาคม 2562) หลังจากที่ธุรกิจการบิน ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งต้นทุนน้ำมันและบุคคลากร พบว่า 23 สายการบินที่ปิดตัวในปี 2562 ประกอบด้วย Germania (เยอรมัน), California Pacific (สหรัฐอเมริกา), Flybmi (อังกฤษ), Insel Air (Curacao), Tajik Air...

ตรงไปตรงมา….ส่ิงที่คนบริโภคไม่ได้

ตรงไปตรงมา ส่ิงที่คนบริโภคไม่ได้         อีก 3 ปีประเทศไทยเราจะอยู่ตรงไหน?! คำถามนี้เป็นของนายธนาคารและนักการเงินที่ต้องพยายามดิ้นรนให้ธุรกิจการเงินของตนเอง สามารถจะอยู่ในระบบ และเช่ือมโยงลูกค้ากับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่เทคโนโลยี และนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ถาโถมเข้าสู่การทำธรุกรรมการเงินที่จะไม่มีการใช้เงินสดอีกต่อไป ในขณะที่ที่ธุรกิจของธนาคารมีเรื่องที่ต้องยุ่งเกี่ยวอยู่แค่ เรื่องของเงินฝาก ดอกเบี้ย และการปล่อยกู้     แต่อนาคตส่ิงเหล่านี้จะหายไป และทำให้ธนาคารต้องมีเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเช่ือมโยงให้สามารถเข้าถึงความต้องการอุปโภค-บริโภคของลูกค้าด้วยขีดความสามารถในการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ และบริการที่รวดเร็วกว่า     มิสไฟน์ จั่วหัวเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะโยนคำถามนี้ไปถามบรรดานักการเมือง กับทหารที่กำลังโตเถียงกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมที่จะละเว้นเรื่องการต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจอธิปไตยกลับคืนมา     อันที่จริง ไม่มีใครโต้เถียงว่า ส่ิงที่ทั้งสองฝ่ายทำเป็นความผิด หรือไม่เหมาะสม เพราะต่างก็เห็นว่า ต่างต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด      แต่เมื่อทั้งสองออกมาทุ่มเถียงกัน คนที่ย่ำแย่ และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยคือ ประชาชน และชาวบ้านตาดำๆอย่างเราๆท่านๆ เนื่องเพราะมันไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด ที่สำคัญก็คือ แต่ละฝ่ายนั้นคิดแต่ผลที่จะเกิดขึ้นกับตน และพวกพ้อง ไม่ได้คิดว่า ประชาชนอย่างเราๆจะได้อะไร

การค้าโลกเปลี่ยนสุดขั้ว

“ปานปรีย์”แนะปรับกลยุทธ์รับระบบเสรีสิ้นสุด        โลกการค้าที่ไม่เหมือนเดิม   ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เขียนบทความของการเฝ้าดูผลกระทบจากสงครามการค้าไว้อย่างน่าสนใจในเฟสบุ๊กตนเองเรื่อง “ก้าวอย่างไรใน “โลกการค้า” ที่ไม่เหมือนเดิม” โดยระบุว่า    ผลเจรจาที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน กำลังถูกชาวโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทุกประเด็นมีความสำคัญ ถึงขนาดชี้ทิศทางเศรษฐกิจโลก และการค้าระหว่างประเทศทั้งปัจจุบัน และ อนาคต ความสับสน...

ความเหมือนในมุม“แตกต่าง”

หนทางหลุดพ้นความยากจน ตั้งแต่จำความได้ในฐานะที่เกิดเป็นลูกเกษตรกรพื้นเพอยู่ในพื้นที่ภาคกลางที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ดี จะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมงได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ “กระบวนการคิด” ​ที่บ้านจะเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเชิงเดี่ยวบ่อยมาก ทั้ง ทำนา ปลูกอ้อย เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ปลูกผัก ทำสวนมะม่วง ส้มโอ มะนาว...

ลมพัดหวนละอองฝุ่นPM 2.5 มาเยือน

“ทุกข์ที่เกิดซ้ำ” กับแนวทางแก้ปัญหาแบบเดิมๆ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาว สร้างความรื่นรมย์เหมือนสาวสวยมาเยือนถึงหน้าบ้าน แต่สาวเจ้ากลับพกเข็มนับหมื่นพันเล่มมาทิ่มแทง เข้าข่าย “สวยซ่อนคม”เกริ่นนำต้นเรื่องมาเพื่อจะให้เห็นภาพเข้าสู่เรื่องฝุ่นPM2.5 ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว ความรุนแรงยกระดับขึ้นทุกขณะ ถึงขั้นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาเตือนประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัย ในยามที่ต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน พร้อมกับเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินเกณฑ์มาตรฐานในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

เปิดช่องโหว่มาตรการ“ชิมช้อปใช้”

ชาวบ้านแห่แย่งชิงสิทธิ์ นายทุนนอนรอดูดเงินเข้ากระเป๋า มาตรการ “ชิมช้อปใช้” ของรัฐบาลทำให้คนไทยไม่ได้หลับได้นอน ต้องคอยนั่งเฝ้ารอเวลาหลังเที่ยงคืน เพื่อฟาดฟันแย่งชิงสิทธิ์โควตาลงทะเบียนที่จำกัดไว้วันละ 1ล้านคน โดยกำหนดโควตาทั้งหมดไว้ที่  10 ล้านคน แต่ละวันโควตาเต็มอย่างรวดเร็วพอๆกับการแย่งชิงซื้อตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังจากเกาหลี “ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบ 1 ล้านคนแล้ว กรุณาลงทะเบียนใหม่ในวันถัดไป” หลายคนเห็นประโยคนี้ขึ้นที่หน้าจอในเว็บไซต์ที่รับลงทะเบียนแล้วคงแสลงใจ ต้องรอลุ้นหลังเที่ยงคืนในวันถัดไปอีกแล้วเรา ความผิดพลาดและช่องโหว่ของโครงการนี้ปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เช่น...

“ดร.โกร่ง” ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาล เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย “ไม่สมดุล”

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของประเทศ ส่งสัญญาณการตกต่ำของเศรษฐกิจท่ัวโลก ที่จะกระทบมาถึงประเทศไทยในอีกไม่นานนี้  เมื่อผลตอบแทนการออมของประชาชนในโลกลดน้อยลง ต้องรอนานขึ้น และ เสียเปรียบจากนโยบายของบรรดาผู้นำประเทศมากขึ้น  โดยขอแนะนำให้ค่อยๆอ่าน และพิจารณาเหตุผลต่างๆเพ่ือรับมือกับส่ิงที่จะเกิดขึ้น เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ถีบตัวสูงขึ้น...

“ล้มละลายยามชรา เมื่ออายุยืนคือฝันร้าย”

หนังสือที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น เล่มหนึ่ง สะท้อนสังคมญี่ปุ่น ที่ “อายุมั่นขวัญยืน” ไม่ใช่ความสุขอีกต่อไป ผู้สูงอายุหลายคนต้องทำงานจนแก่ ขณะที่อีกหลายคนต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตายอย่างอ้างว้าง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขามูลนิธิชัยพัฒนา เล่าให้ฟังเรื่องหนังสือขายดีที่สุดในญี่ปุ่นขณะนี้ วันจันทร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายนเป็น...

ผลการดำรงอยู่ของ “เผด็จการทหาร”

ต้นทุนของการทำปฏิวัติรัฐประหาร โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร คนไทยกำลังกังวลว่าเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่ทุกวันนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เมื่อใดจะลืมตาอ้าปากได้ อย่างที่นายกรัฐมนตรีก็ดี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจก็ดี พูดมาตลอด 5 ปีแล้วว่าเศรษฐกิจกำลังจะดี ขอให้รออีกไม่นาน แต่ทุกคนก็รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่เห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจของเราจะฟื้นตัว

“โคเน้ือสร้างชาติ” หรือ “โคอุบาทว์สร้างหนี้”

พิจารณาเงื่อนไขให้ดีก่อนกลายเป็น“เหยื่อ” จากจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2562 “ประภัตร โพธสุธน” รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  นายอำพันธุ์   เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดห้องประชุมที่กระทรวงเกษตรฯ หารือกับนายสมชาย ดวงเจริญ ผู้ประกอบการบริษัท LS trading export import Co Ltd ฝ่ายลาว และนายหยางเจียง ผู้จัดการบริษัท LS chengkang ฝ่ายจีน  เพื่อค้าโคเนื้อร่วมกัน

EDITOR'S PICK

- Advertisement -