Tuesday, March 31, 2020
Home ตรงประเด็น

ตรงประเด็น

อัตราแลกเปลี่ยน

ตั้งแต่ต้นปี 2562 มาถึงบัดนี้ ต้นปี 2563 ประเด็นเรื่อง “ค่าเงินบาท” หรือ “อัตราแลกเปลี่ยน” ระ หว่างเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินตราที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการระหว่างประเทศ อีกทั้งเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร และเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก กำลังเป็นเรื่องร้อนที่ถกเถียงกันว่า ควรจะเป็นอย่างไร พ่อค้านักธุรกิจ ผู้ส่งออก...

เหตุใด ธปท.จึงเบาปัญญา

เป็นคำถามที่ถามตนเองอยู่ตลอดมา ตั้งแต่เริ่มทำงานทางด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เหตุใดธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ขัดขวางนโยบายที่ควรจะเป็นตั้งแต่ปี 2520 เสมอมา  วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ก่อปัญหาทั้งสิ้น เช่น การไม่ยอมลดค่าเงินบาท สมัยรัฐมนตรีคลัง สมหมาย ฮุนตระกูล จนต้องปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ออกหนังสือมาเขียนเล่าความเท็จ อีกคนหนึ่งอยู่ได้ในระยะสั้นๆ และที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ...

ปีนี้ดีพอไหม…5 สิ่งที่ทุกคนน่าจะทบทวนก่อนช่วงปีใหม่

ในช่วงก่อนปีใหม่ เป็นเรื่องปกติอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนจะมาทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีเก่าที่กำลังจะผ่านไป เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ให้สดใสกว่าในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่การพยายามค้นหาข้อบกพร่อง หรือโทษตัวเอง เพราะนั่นไม่ใช่แก่น หรือสาระสำคัญในการเหลียวหลังกลับไปมองปีเก่า แต่การทบทวนเรื่องต่างๆ หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง จะทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ ที่ลดทอนการมองโดยใช้อารมณ์มากขึ้น ได้อ่านตำราฝรั่งเล่มหนึ่ง แนะนำ5 สิ่งที่อยากให้ทบทวนก่อนปีใหม่ ลองดูว่าเมื่อทบทวนทั้ง 5 ข้อนี้แล้ว เราได้มุมมองใหม่ๆ...

ต้อง “ปรับสมดุล” เศรษฐกิจใหม่ 2563

“ปานปรีย์​ พหิทธานุกร“ ส่องเศรษฐกิจปี2563 แนะรัฐบาล ทบทวนและปรับแนวคิดใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจขยายต่ำ ถือเป็นสัญญาณเตือน รัฐไม่ควรละเลย  สถานการณ์เศรษฐกิจไทย เมื่อพิจารณาตามศักยภาพในปัจจุบัน ถือว่าอัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำ ถึงแม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวดีขึ้นเป็น 2.8% (จาก 2.5% ในปี2562) ก็ตาม มาลงรายละเอียดกันว่า อะไรบ้างเป็นอุปสรรคที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถขยายตัวได้เหมือนในอดีต ทั้งๆที่รัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา และหลายรัฐบาลที่ผ่านมา พยายามวางนโยบายเศรษฐกิจให้ขยายตัว ไปถึงจุดที่จะทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง แต่ดูเหมือนความพยายามนี้ จะยังไม่เห็นผลสำเร็จในอนาคตอันใกล้ มิหนำซ้ำ เมื่อย้อนเวลากลับไปดูอัตราการเจริญเติบโตในช่วงปี 2551-2560 ยิ่งน่าตกใจ ที่พบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 3.4% ถือเป็นอัตราเฉลี่ยต่ำสุด เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน (เว้น บรูไน) ตรงนี้จึงถือได้ว่า เป็น “สัญญาณเตือนสำคัญ” ที่รัฐบาลไม่อาจละเลย และต้องเร่งแก้ไข จากประวัติการณ์เศรษฐกิจไทย ในช่วง 30 ปี ระหว่าง 2528-2533 ปรากฎว่า เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตสูงสุดเฉลี่ยถึง 9.89% ซึ่งเกิดจากความสามารถของรัฐบาลในเวลานั้นกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยมีการเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้เกิดโครงการขนาดใหญ่ อย่าง โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก (Eastern Seaboard) เกิดท่าเรือน้ำลึก มีการนำก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้จากอ่าวไทย ขณะเดียวกันนั้นประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกันยังน้อย อย่าง เวียดนาม กัมพูชา พม่า และลาว ที่เวลานั้นยังมีปัญหาภายในประเทศ อีกทั้งระบบการเมืองที่ยังไม่พร้อม การลงทุนจากต่างชาติจึงเบนเข็มมาที่ไทยเต็มๆ

หนี้ครัวเรือน

ค้นหาความหมายของหนี้ครัวเรือนไม่ถึง 80% ของจีดีพี ไม่ต้องห่วง ทุกครั้งเมื่อมีการรายงานยอดหนี้ครัวเรือน ของ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ก็มักจะเป็นข่าวฮือฮากันเสมอ ว่า “หนี้ครัวเรือน”มีจำนวนสูงขึ้น  เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ก็รายงานว่า...

วิกฤติสายการบินทั่วโลกระส่ำ! ปี2561-62 ปิดกิจการแล้ว 41 แห่ง

ปี 2562 ปิดกิจการไปแล้ว 23 แห่งราคาน้ำมันพุ่ง ค่าแรงขยับ การแข่งขันรุนแรงกำไรทั้งปี 2562 สายการบินทั่วโลก 28,000 ล้านดอลลาร์ ลดลง 12.5% จากปี 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  Allplane.tv ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ด้านการบิน ได้รวบรวมรายชื่อสายการบินที่ปิดตัวในปี 2562 ไว้มากถึง 23 แห่ง (ข้อมูล ณ 20 ตุลาคม 2562) หลังจากที่ธุรกิจการบิน ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งต้นทุนน้ำมันและบุคคลากร พบว่า 23 สายการบินที่ปิดตัวในปี 2562 ประกอบด้วย Germania (เยอรมัน), California Pacific (สหรัฐอเมริกา), Flybmi (อังกฤษ), Insel Air (Curacao), Tajik Air...

ตรงไปตรงมา….ส่ิงที่คนบริโภคไม่ได้

ตรงไปตรงมา ส่ิงที่คนบริโภคไม่ได้         อีก 3 ปีประเทศไทยเราจะอยู่ตรงไหน?! คำถามนี้เป็นของนายธนาคารและนักการเงินที่ต้องพยายามดิ้นรนให้ธุรกิจการเงินของตนเอง สามารถจะอยู่ในระบบ และเช่ือมโยงลูกค้ากับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่เทคโนโลยี และนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ถาโถมเข้าสู่การทำธรุกรรมการเงินที่จะไม่มีการใช้เงินสดอีกต่อไป ในขณะที่ที่ธุรกิจของธนาคารมีเรื่องที่ต้องยุ่งเกี่ยวอยู่แค่ เรื่องของเงินฝาก ดอกเบี้ย และการปล่อยกู้     แต่อนาคตส่ิงเหล่านี้จะหายไป และทำให้ธนาคารต้องมีเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเช่ือมโยงให้สามารถเข้าถึงความต้องการอุปโภค-บริโภคของลูกค้าด้วยขีดความสามารถในการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ และบริการที่รวดเร็วกว่า     มิสไฟน์ จั่วหัวเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะโยนคำถามนี้ไปถามบรรดานักการเมือง กับทหารที่กำลังโตเถียงกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมที่จะละเว้นเรื่องการต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจอธิปไตยกลับคืนมา     อันที่จริง ไม่มีใครโต้เถียงว่า ส่ิงที่ทั้งสองฝ่ายทำเป็นความผิด หรือไม่เหมาะสม เพราะต่างก็เห็นว่า ต่างต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด      แต่เมื่อทั้งสองออกมาทุ่มเถียงกัน คนที่ย่ำแย่ และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยคือ ประชาชน และชาวบ้านตาดำๆอย่างเราๆท่านๆ เนื่องเพราะมันไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด ที่สำคัญก็คือ แต่ละฝ่ายนั้นคิดแต่ผลที่จะเกิดขึ้นกับตน และพวกพ้อง ไม่ได้คิดว่า ประชาชนอย่างเราๆจะได้อะไร

การค้าโลกเปลี่ยนสุดขั้ว

“ปานปรีย์”แนะปรับกลยุทธ์รับระบบเสรีสิ้นสุด        โลกการค้าที่ไม่เหมือนเดิม   ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เขียนบทความของการเฝ้าดูผลกระทบจากสงครามการค้าไว้อย่างน่าสนใจในเฟสบุ๊กตนเองเรื่อง “ก้าวอย่างไรใน “โลกการค้า” ที่ไม่เหมือนเดิม” โดยระบุว่า    ผลเจรจาที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน กำลังถูกชาวโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทุกประเด็นมีความสำคัญ ถึงขนาดชี้ทิศทางเศรษฐกิจโลก และการค้าระหว่างประเทศทั้งปัจจุบัน และ อนาคต ความสับสน...

ความเหมือนในมุม“แตกต่าง”

หนทางหลุดพ้นความยากจน ตั้งแต่จำความได้ในฐานะที่เกิดเป็นลูกเกษตรกรพื้นเพอยู่ในพื้นที่ภาคกลางที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ดี จะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมงได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ “กระบวนการคิด” ​ที่บ้านจะเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเชิงเดี่ยวบ่อยมาก ทั้ง ทำนา ปลูกอ้อย เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ปลูกผัก ทำสวนมะม่วง ส้มโอ มะนาว...

ลมพัดหวนละอองฝุ่นPM 2.5 มาเยือน

“ทุกข์ที่เกิดซ้ำ” กับแนวทางแก้ปัญหาแบบเดิมๆ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาว สร้างความรื่นรมย์เหมือนสาวสวยมาเยือนถึงหน้าบ้าน แต่สาวเจ้ากลับพกเข็มนับหมื่นพันเล่มมาทิ่มแทง เข้าข่าย “สวยซ่อนคม”เกริ่นนำต้นเรื่องมาเพื่อจะให้เห็นภาพเข้าสู่เรื่องฝุ่นPM2.5 ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว ความรุนแรงยกระดับขึ้นทุกขณะ ถึงขั้นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาเตือนประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัย ในยามที่ต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน พร้อมกับเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินเกณฑ์มาตรฐานในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

EDITOR'S PICK

- Advertisement -