5 เคล็ดลับ เพื่อความมั่นคงทางการเงิน

ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับการเมืองไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง คนไทยจำนวนมากจึงเลือกที่จะ “ประหยัด” ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น หลายคนบ่นเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง ขณะที่หลายคนอาจจะยังอยู่สบาย แต่ก็รู้สึกมีความ “ไม่มั่นคง” ทางการเงิน หากเกิดป่วยไข้ไม่สบาย ตกงาน หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันนี้ เรามี 5 เคล็ดลับให้ลองทำ เพื่อลดโอกาสความไม่แน่นอน สร้างความมั่นคงให้กับการเงินของตัวคุณเอง

เคล็ดลับข้อแรก : วางแผนทางการเงิน

ในแต่ละเดือน ลองมาวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายรับ โดยพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายที่จำเป็น  แล้วกันรายรับส่วนหนึ่งไว้สำหรับเงินออมและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน หลังจากนั้น หากเหลือค่อยกันเงินอีกส่วนสำหรับของที่อยากได้หรือทริปสำหรับท่องเที่ยวเที่ยวประจำปี  แต่ทำแล้วหากหากพบว่ารายรับไม่เพียงพอต่อการใช้่จ่าย ก็ควรหาทางลดรายจ่ายหรือหารายได้ จากทางอื่นเพิ่มเติม

เคล็ดลับที่ 2 เตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน

จากข้อแรกที่เแนะให้กันเงินรายได้ส่วนหนึ่งไว้เก็บออม หากถามต่อว่า “เงินออมเผื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน”ที่ควรมีไว้ควรเป็นเท่าไร คำตอบคือ เราควรมีเงินออมน้อยที่สุด ที่สามารถรับมือกับรายจ่ายประจำของเราได้อย่างน้อย 6 เดือน

นอกจากนั้น ลองตรวจสอบสวัสดิการและประกันสุขภาพที่มีอยู่ว่าครอบคลุมแค่ไหน หากไม่เพียงพอ การทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับรับมือภาวะฉุกเฉินทางการเงิน

เคล็ดลับที่ 3 พิจารณาให้รอบคอบก่อนก่อหนี้

การก่อหนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ หรือไม่ควรทำ แต่จะต้องทำหลังจากมีการพิจารณาเรื่องความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต ก่อนตัดสินใจกู้ยืมเงินทุกครั้ง รวมทั้งควรมีการบริหารจัดการที่ดี และเลือกก่อหนี้ที่มีประโยชน์ 

เช่น การกู้ซื้อบ้านหรือกู้เพื่อประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตาม ควรประเมินความสามารถในการชำระคืนของเราก่อน ที่จะตัดสินใจเป็นนี้ โดยภาระการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของหนี้ทุกประเภทในแต่ละเดือนรวมกัน ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน และหากเริ่มชำระคืนไม่ได้ อย่าคิดกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่าเด็ดขาด ควรหารือกับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกร่วมกันในการปรับโครงสร้างหนี้จะดีกว่า

เคล็ดลับที่ 4 ยับยั้งชั่งใจ เวลาใช้จ่ายโดยไม่เห็น “เงิน

ไม่ว่าจะเป็นการรูด “บัตรเครดิต” หรือ บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้อย่างมีวินัย จัดเก็บใบเสร็จเพื่อตรวจสอบและจ่ายเงินให้ตรงตามกำหนด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น และที่อีกอย่างที่ต้องระวังคือ การซื้อของออนไลน์ เพราะหลายคนแค่นั่งรอเพื่อนเพลินๆ ไม่ถึงชั่วโมง เผลอชอปออนไลน์ไปแล้วกว่า 10 รายการ ยิ่งระบบออกแบบมาให้กดง่าย จ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่นทั้งหลาย ยิ่งจ่ายเพลิน

เคล็ดลับที่ 5 ลงทุนเพิ่มให้เงินทำงาน

หากมีเงินออมมากกว่าค่าใช้จ่าย 6 เดือน ลองนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปลงทุนให้งอกเงยขึ้น เช่น ฝากธนาคารระยะยาวที่ได้ดอกเบี้ยมากกกว่าออกมทรัพย์  ซื้อพันธบัตร ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ซื้อกองทุนรวม ฯลฯ ทั้งนี้ ต้องศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบการออม และความเสี่ยงที่เราสามารถรับได้จากการลงทุนให้ดี รวมทั้งติดตามข่าวภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบ เช่น ภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยเพื่อประกอบการตัดสินใจ