เอไอเอสฉลองก้าวสู่ปี30 ย่ิงใหญ่สมเป็นเบอร์1 มีลูกค้า42ล้านราย

  • ขน12 พรีเซนเตอร์มาสร้างความสุขให้ลูกค้า 
  • “สมชัย”เผย29 ปีทุ่ม1ล้านล้านลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อน่องเนื่อง 
  • และยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่3 ต.ค. 2562 บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิสจำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอสได้จัดงานครบรอบ30 ปีอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด“Celebrating our journey with you” แล้วคุณจะ“อุ่นใจ” ยิ่งกว่าเดิม  พร้อมนำ12 พรีเซนเตอร์สุดฮอตเจมส์จิรายุ, เป็กผลิตโชค, ทอมอิศรา, เต้ยจรินทร์พร, แต้วณฐพร, มิวนิษฐา, พุฒพุฒิชัย, วีวิโอเลต, เวียร์ศุกลวัฒน์, เบลล่าราณี, แบมแบมกันต์พิมุกต์, ลิซ่าลลิษา มาแสดงคอนเสิรต์เพื่อสร้างสีสันให้กับงานด้วยณรอยัลพารากอนฮอลล์ชั้น5 สยามพารากอน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ในโอกาสที่เอไอเอสครบรอบ29 ปีและก้าวสู่ปีที่30 นั้นถือเป็นความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศและมีการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมาอย่างตน่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยจนปัจจุบันเอไอเอสมีผู้ใช้บริการเอไอเอสและเอไอเอสไฟเบอร์ราว  42 ล้านเลขหมายโดยไตรมาส2 ปี2562 มีรายได้ 44,688 ล้านบาท กำไร8,234 ล้านบาท 

ทั้งนี้ตลอด29 ปีที่ผ่านมาเอไอเอสได้ทุ่มเทวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่องด้วยเงินลงทุนมากกว่า1 ล้านล้านบาทและยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั่งเพื่อร่วมสนับสนุนการเดินหน้าเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องโดยเอไอเอสมีคลื่นความถี่ที่ประมูลมาจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)​รวม  50 เมกะเฮิตรซ์ทั้งคลื่น2100 เมกะเฮิตรซ์1800 เมกะเฮิตรซ์900 เมกะเฮิตซ์และ700 เมกะเฮิตรซ์ ถือว่าเพียงพอรองรับความต้องการในปัจจุบัน41 ล้านเลขหมายขณะที่การให้บริการเอไอเอสไฟเบอร์หรือการเชื่อมอินเตอร์เน็ตไปยังครัวเรือนผ่านสายเคเบิลนั้นปัจจุบันมีลูกค้าราว1 ล้านราย และพร้อมที่จะก้าวล้ำไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเสมอ

“เอไอเอสครบรอบ29 ปีและก้าวสู่ปีที่30 นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเอไอเอสเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศมาอย่างต่อเนื่องเกือบ3 ทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยมาอย่างต่อเนื่องแม้จะเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมากี่ยุคจากยุคอนาล็อกสู่ยุคNEXT G และพร้อมที่จะก้าวสู่เทคโนโลยีอนาคตอย่าง5G เอไอเอสไม่เคยหยุดนิ่ง”

นายสมชัย กล่าวต่อว่า นอกจากทุ่มเทการลงทุนขยายโครงข่ายดิจิทัลแล้วยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าชั้นนำ1,918 แบรนด์ที่มีจำนวนสาขารวม27,155 ร้านทั่วประเทศมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าพร้อมจัดแคมเปญพิเศษขอบคุณลูกค้าครั้งยิ่งใหญ่ผ่านโครงการ“เอไอเอสพอยท์” ให้กับลูกค้าเอไอเอสและเอไอเอสไฟเบอร์รวมกว่า42 ล้านรายทั่วประเทศถึง2 ต่อโดยต่อที่1มอบพอยท์พิเศษเพิ่มให้ลูกค้าตามอายุการใช้งานยิ่งอยู่นานยิ่งได้รับพอยท์มากสูงสุด90 พอยท์ต่อที่2ยกขบวนความสุขสุดพิเศษให้ลูกค้าใช้เอไอเอสพอยท์เพียง1 พอยท์แลกความสุขได้ทุกวันตลอดเดือนตุลาคมนี้

และในปี2020 เอไอเอสมีภารกิจเพื่อคามยั่งยืนยืน“Mission Green 2020” ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการE-Waste รณรงค์ให้คนไทยนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งที่ศูนย์บริการเอไอเอสเพื่อเข้าสู่การกำจัดอย่างถูกวิธีโดยตั้งเป้าหมายว่าปี2020 จะช่วยลดค่าคาร์บอนไดออกไซต์  ได้1 ล้านKgCO2e  และจัดการกับขยะE-Waste ได้100,000 ชิ้น 

“ตั้งแต่วันที่1 ต.ค. 62 จะมีวางถังขยะE-Waste จำนวนทั้งสิ้น81 จุดที่AIS Shop ในกรุงเทพปริมณฑลและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ)และศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลเฉพาะในกรุงเทพฯและรในอนาคตเอไอเอสจะจับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำนำถังขยะE-Waste ไปตั้งในแหล่งศึกษาตามจุดต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและยังมีแผนที่จะไปรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้คนไทยถึงที่บ้านโดยนำขยะที่ได้ไปส่งให้กับพันธมิตร  ที่มีความเชี่ยวชาญในการกำจัดขยะเหล่านี้อย่างถูกวิธีและนำเงินที่ได้รับจากการขายขยะไปบริจาคให้กับมูลนิธิโดยสามารถดูจำนวนของขยะที่ถูกเก็บและศึกษาองค์ความรู้ในด้านต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่www.ewastethailand.comนอกจากนี้ในส่วนการให้บริการลูกค้าเอไอเอสได้ทยอยเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลดปริมาณการใช้พลาสติกอาทิเปลี่ยนจากขวดน้ำพลาสติกเป็นแก้วกระดาษและเครื่องกดน้ำตลอดจนการรณรงค์ให้พนักงานภายในองค์กรตระหนักสิ่งแวดล้อมและปรับวิถีไลฟ์สไตล์ในที่ทำงานให้สอดคล้องกับนโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อม”