10 ตุลาคม “วันสุขภาพจิตโลก” ชวนคนไทยดูแลสุขภาพจิตกันและกัน

  • เชิญชวนคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตตนเองและคนรอบข้าง
  • ร่วมลดสถิติป่วยซึมเศร้า
  • การฆ่าตัวตาย

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในโอกาสที่วันที่ 10 ต.ค. ของทุกปีเป็นวันสุขภาพจิตโลก  (World Mental Health Day) รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนทุกคนได้ถือโอกาสวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นการหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง คนในครอบครัว ตลอดจนคนรอบข้าง โดยหมั่นสังเกตภาวะอารมณ์  ความรู้สึกของตนเอง และพฤติกรรมคนรอบข้าง มีการพูดคุย ให้คำปรึกษาหรือให้กำลังใจเมื่อมีปัญหา

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสังคมมีลักษณะซับซ้อน การรับรู้ข้อมูลในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ส่งผลต่อพฤติกรรมความรุนแรง และความเครียด ทำให้การป่วยทางจิตเวช หรือภาวะซึมเศร้าเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย จึงต้องมีการเฝ้าระวังตลอดจนมีการเสริมสร้างสุขภาพจิตให้แข็งแรง  หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ หรือสามารถโทรปรึกษาที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิต รู้เท่าทันภาวะอารมณ์ของตนเองและคนรอบข้าง จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า หรือลดความรุนแรงของโรค ตลอดจนป้องกันการฆ่าตัวตาย ซึ่งข้อมูลของกรมสุขภาพจิตระบุว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้น ไปทิศทางเดียวกับทั่วโลก

กรมสุขภาพจิต ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 500 – 1,000 คนต่อปี  สำหรับข้อมูลในปี 2564 มีผู้ฆ่าตัวตายประมาณ 5,000 คน โดยมาจากปัญหาด้านความสัมพันธ์ ร้อยละ 50  ปัญหาเรื่องสุขภาพ ร้อยละ30 และ ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ อื่น ๆ ร้อยละ 20

“การป่วยทางจิตใจเป็นปัญหาที่ทั่วโลกเผชิญ โดยมีการประเมินว่าหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างปัจจุบันไม่มีการรณรงค์ป้องกันร่วมกันแก้ไข ใน 10 ปีข้างหน้าสุขภาพจิตจะกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดการสูญเสียเป็นอันดับ 1 ของโรคไม่ติดต่อทั้งหมด ดังนั้น เนื่องในวันสุขภาพจิตโลกนี้ จึงขอเชิญคนไทยทุกคนได้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตใจของตนเองและคนรอบข้างให้เข้มแข็ง ไม่มองข้ามการส่งต่อความรู้สึกที่ดีต่อกัน ร่วมมือกันป้องกันความสูญเสียอาจเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวหรือคนรอบข้าง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว