อาคารออฟฟิศเก่าเตรียมรับมือ…ออฟฟิศใหม่พร้อมทะลักสู่ตลาด

  • “ซีบีอาร์อี” เผยทิศทางตลาดอาคารสำนักงานใหม่พุ่ง
  • ฟันธงมีพื้นที่ให้เช่าออฟฟิศทะยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง
  • เผยไตรมาส 3 ปีนี้ ออกมาแล้ว 125,000 ตร.ม.
  • แนะอาคารเก่าเตรียมรับหากไม่อยากถูกช่วงชิงลูกค้า

น.ส.รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จํากัด บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำข้อมูลภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครในปี 2562 ในส่วนของอาคารสำนักงานต่างเตรียมรับมือพื้นที่สำนักงานที่จะทะลักเข้าสู่ตลาดในอนาคต โดยในปี 2562 ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง แต่ความท้าทายต่างๆ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากปริมาณพื้นที่สำนักงานใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีพื้นที่สำนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่ตลาดมากกว่า 125,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) และจะมีอีก 70,000 ตร.ม. ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 ทั้งนี้จากฐานข้อมูลและการคาดการณ์ของซีบีอาร์อีพบว่า ปริมาณพื้นที่สำนักงานที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปริมาณการใช้พื้นที่ใหม่ซึ่งอยู่ที่ระดับ 200,000 ตร.ม.ต่อปี

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีพื้นที่สำนักงานใหม่อีกราว 1 ล้านตารางเมตรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดที่จะแล้วเสร็จระหว่างปี 2563 ถึง 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการใหม่ที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โคเวิร์กกิ้ง สเปซ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดอาคารสำนักงานในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้พื้นที่หลักในตลาด  การเคลื่อนไหวหนึ่งที่สำคัญคือการที่ซีพีเอ็นจับมือกับคอมมอน กราวด์ เพื่อเข้ามาแข่งขันในตลาดโคเวิร์กกิ้ง สเปซ โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ค้าปลีกที่มีอยู่

ด้านค่าเช่าพื้นที่สำนักงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ในระดับ 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากอาคารสำนักงานที่มีค่าเช่าสูงส่วนใหญ่ได้ถูกเช่าไปแล้ว โดยทางซีบีอาร์อีคาดว่าค่าเช่าจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต แต่จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง เนื่องจากเจ้าของอาคารหลายรายไม่ต้องการเพิ่มค่าเช่าเพื่อรักษาผู้เช่าเอาไว้ โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานเก่า

“เนื่องจากในช่วง 4 ปีข้างหน้าจะมีปริมาณพื้นที่สำนักงานใหม่เพิ่มขึ้นในตลาดเป็นจำนวนมาก บริษัทคาดว่าอัตราพื้นที่ว่างในอาคารสำนักงานเก่าจะสูงขึ้น ขณะที่ผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะย้ายจากอาคารระดับเกรดบี ไปยังอาคารระดับเกรดเอ เพราะมีค่าเช่าไม่ต่างกันมากนัก ด้านเจ้าของอาคารจะจำเป็นต้องเสนอเงื่อนไขการเช่าที่น่าสนใจพร้อมกับปรับปรุงอาคารของตนเอง เพื่อแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้” นางสาวรุ่งรัตน์ กล่าว