สศค.เตรียมแถลงตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจใหม่ ก.ค.นี้

  • จ่ายเงินเยียวยา5,000 บาทงวดสุดท้าย ครบ 5.3 ล้านคน
  • เตรียมเปิดเว็บ “เราเที่ยวด้วยกัน” 
  • ให้ประชาชนลงทะเบียนท่องเที่ยวในประเทศ 

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ลูกจ้างประจำ และแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” จำนวน 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน ปัจจุบันเริ่มจ่ายเงินในงวดสุดท้ายของโครงการ ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จะจ่ายเงินให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในโครงการได้ครบ 5.3 ล้านคน วงเงินรวม 79,500 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่ลงทะเบียนโครงการไม่สำเร็จ  ซึ่งตรวจสอบคุณสมบัติและได้รับเงินแล้ว 200,000 คน

ขณะที่ในส่วนการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 1.2 ล้านคน ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลนั้น จะมีการประชุมคณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเห็นชอบเงินช่วยเหลือกลุ่มนี้ จำนวน 1,000 บาท 3 เดือน โดยแนวทางการจ่ายเงิน จะเป็นการโอนเงินให้ครั้งเดียว จำนวน 3,000 บาทในเดือนก.ค.63 

“หลังจากสิ้นสุด การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะออกมาตรการจ่ายเงินลักษณะนี้อีกหรือไม่นั้น  ตอนนี้ยังไม่มีแนวคิด  เพราะจะต้องรอประเมินเศรษฐกิจก่อนว่าจะดีขึ้นมากแค่ไหน เนื่องจากวันที่ 1 ก.ค. ประชาชนเริ่มกลับมาทำงานอย่างเต็มตัว  และธุรกิจต่างๆ รวมถึงร้านค้าก็กลับมาเปิดให้บริการกันหมดแล้ว” 

อย่างไรก็ตามในเดือนก.ค.63 สศค.แถลงตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด- 19 หลังจากเดือนมิ.ย.63 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงปรับตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจแล้ว

นอกจากนี้ในวันที่ 30 มิ.ย.63 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเสนอแนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ  ซึ่งประกอบด้วย 3 แพคเกจ ได้แก่ โครงการกำลังใจ เราไปเที่ยวกัน และเที่ยวปันสุข  ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) หลังจากครม.เห็นชอบหลักการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

“ในเบื้องต้น เว็บไซต์ที่จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน คือ  www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ส่วนรายละเอียดและวิธีการต่างๆ จะเริ่มทยอยออกมาหลังจากผ่านครม.  อย่างไรก็ตาม ททท.จะแถลงข่าวเปิดโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่างเป็นทางการ  ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ที่ททท.”