ดัชนีดาาวโจนส์ปิดตลาด เพิ่มขึ้นเพียง 31.33 จุด พอใจขยายเวลาให้หัวเว่ย แต่ไม่มั่นใจข้อตกลงการค้าใหม่เกิดขึ้น

xnxx
anal creampie dever bhabhi ki jawani.
viet69hd
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขยายเวลาอีก 90 วันให้หัวเว่ย
  • หนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปดีดตัวขึ้นรับข่าว
  • แต่ในภาพรวมนักลงทุนยังไม่เชื่อการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐที่ยิดเยื้อจะตกลงกันได้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 18 พ.ย.ที่ระดับ 28,036.22 จุด เพิ่มขึ้น 31.33 จุด หรือ +0.11% ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,122.03 จุด เพิ่มขึ้น 1.57 จุด หรือ +0.05% ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิท ปิดที่ 8,549.94 จุด เพิ่มขึ้น 9.11 จุด หรือ +0.11%

ในที่สุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ก็ประกาศขยายเวลาอีก 90 วันให้แก่หัวเว่ย เทคโนโลยี ในการซื้อสินค้าจากบริษัทสหรัฐฯ ต่อไปเพื่อให้บริการต่อลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่สหรัฐฯ ขยายเวลาให้กับหัวเว่ย นับตั้งแต่ที่ทางบริษัทถูกขึ้นบัญชีดำในเดือนพ.ค.อันเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง

ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปดีดตัวขึ้นขานรับข่าวดังกล่าว โดยหุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 3.9% หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (AMD) ทะยานขึ้น 3.4% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ปรับตัวขึ้น 0.2% หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 0.25% หุ้นเน็ตฟลิตซ์ พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นแอปเปิล เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นอินเทล ปรับตัวขึ้น 0.5%

ขณะที่กลุ่มสินค้าผู้บริโภคนั้น ได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนเช่นกัน โดยหุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) พุ่งขึ้น 1.12% หุ้นเป๊ปซี่โค เพิ่มขึ้น 0.2% หุ้นโคคา-โคลา เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นโคตี้ อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 2.6% หลังจากบริษัทประกาศเข้าซื้อหุ้นในธุรกิจเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของบริษัทไคลี เจนเนอร์ ในวงเงิน 600 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หุ้นเอชพี อิงค์ ปรับตัวลง 0.8% หลังจากไม่สามารถตกลงเรื่องการเทคโอเวอร์กับบริษัทซีร็อกซ์ โฮลดิ้งส์ คอร์ปได้หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบ WTI เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลงเกือบ 1% หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 1.7% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ร่วงลง 2.6% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 1.5%

นักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังการเจรจาเกิดขึ้นต่อเนื่องมายืดเยื้อมากว่า 1 เดือน โดยล่าสุดสำนักข่าว CNBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปรับเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีน โดยท่าทีดังกล่าวของสหรัฐได้สร้างความไม่พอใจให้กับจีน เนื่องจากจีนมองว่าทั้งสองฝ่ายเคยตกลงกันในเรื่องนี้แล้ว