ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด รอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ-ดอกเบี้ย

NEW YORK CITY - September 3: Charging Bull sculpture with people on September 3, 2015 in New York City. The sculpture is both a popular tourist destination, as well as "one of the most iconic images of New York".

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด รอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ-ดอกเบี้ย พักฐาน หลังเร่งตัวขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

  • นักวิเคราะห์จับตาการซื้อขายในเดือน ธ.ค.และปรากฎการณ์ซานต้า แรลลี่
  • ตลาดติดตามการประชุมนโยบายการเงิน ธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) รอบเดือน ธ.ค.

นักลงทุนติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าเฟดได้ยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่ที่เริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.2565 ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.25%

เมื่อเวลาประมาณ 22.05 น.ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 36,137.93 จุด ลดลง 107.57 จุด หรือ 0.30%  ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เคลื่อนไหวที่ 4,565.09 จุด ลดลง 29.54 จุด หรือ 0.64% ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส อยู่ที่ 14,156.57 จุด ลดลง 148.46 จุด หรือ  1.04%

เจ้าหน้าที่เฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 12-13 ธ.ค.

นักลงทุนเทน้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนมี.ค.2567 โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 97.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมวันที่ 12-13 ธ.ค.2566 และให้น้ำหนัก 83.8% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนม.ค.2567 ขณะที่ให้น้ำหนัก 51.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.2567

การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้น แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่า ขณะนี้ยังคงเร็วเกินไปที่เฟดจะประกาศชัยชนะเหนือเงินเฟ้อ และเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

“เป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่เราจะสรุปด้วยความเชื่อมั่นว่าเราได้บรรลุจุดยืนในการใช้นโยบายที่มีความเข้มงวดเพียงพอ หรือจะทำการคาดเดาว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเมื่อใด โดยเราเตรียมพร้อมที่จะใช้นโยบายที่เข้มงวดต่อไป หากเป็นสิ่งเหมาะสมที่จะทำ จนกว่าเราจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่ระดับ 2% อย่างแน่นอน” นายพาวเวลกล่าวในงานเสวนาที่แอตแลนตา

นักลงทุนติดตาม การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประจำเดือนพ.ย.ในวันศุกร์นี้
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 150,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.9% ในเดือนพ.ย.