“งูก็มี ตะขาบก็มา แมงป่องก็เยอะ” สพฉ.แนะวิธีรับมือสัตว์มีพิษที่มากับน้ำท่วม

  • สพฉ.เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมระวังสัตว์มีพิษกัด 
  • ระบุ แมงป่อง ตะขาบ งู เป็นสัตว์ที่มากับน้ำท่วมมากที่สุด 
  • แนะวิธีสังเกตอาการหากถูกกัด หากแพ้รุนแรงให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 

สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังมีอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ในโซนภาคอีสานอย่างจังหวัดอุบลราชธานี สถานการณ์น้ำท่วมยังมีปริมาณที่มาก และนอกจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จะได้ประสานในการดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในช่วงน้ำท่วมแล้ว ล่าสุดได้มีข้อแนะนำในการะวังภัยของสัตว์มีพิษและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกสัตว์มีพิษกัด

นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง บางพื้นที่ไม่มีฝนตกแล้ว แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่อยู่ ตนจึงอยากเตือนให้ประชาชนระวังสัตว์มีพิษที่มักมากับน้ำหรืออยู่กับน้ำ โดยสัตว์มีพิษที่ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ งูพิษ ตะขาบ แมงป่อง ซึ่งวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกแมงป่องกัด เบื้องต้นต้องทำความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาด และทำการประคบเย็นครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวมเฉพาะที่ ถ้ามีอาหารปวดสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อระงับอาการปวดได้ 

ในส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราถูกตะขาบกัด ซึ่งหากถูกตะขาบกัดให้ปฐมพยาบาลด้วยการล้างแผลที่ถูกกัดให้สะอาด กินยาพาราเซตามอลแก้ปวด ให้ยาหม่องทาบางๆเบาๆ ไม่กดนวดตรงบริเวณที่ถูกตะขาบกัด และหากมีอาการปวดมากให้ใช้น้ำอุ่นประคบที่แผลประมาณ 20 นาที ซึ่งการถูกสัตว์ทั้งสองชนิดกัดหากท่านปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วมีอาการแพ้รุนแรงเช่นบวมบริเวณใบหน้า หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืดเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ช็อคหมดสติ ให้รีบโทรสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที 

รองเลขาธิการสถาบันการแทพย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า นอกจากแมงป่องและตะขาบที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว งูพิษก็เป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดอีกชนิดหนึ่งที่มากับน้ำ โดยงูจะแฝงตัวอยู่ในพื้นที่รกและชื้นแฉะ  ซึ่งข้อมูลจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ 1.งูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ได้แก่ งูเห่าไทย งูเห่าพ่นพิษสยาม งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา 

โดยพิษของงูจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัมพาต จะเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก ไปจนถึงกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และสุดท้ายจะเป็นทั้งตัว อาการแรกเริ่ม คือ หนังตาตก ผู้ป่วยลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดๆ ว่าผู้ป่วยง่วงนอน ต่อมาจะเริ่มกลืนน้ำลายลำบาก พูดอ้อแอ้ และหยุดหายใจ เสียชีวิต

2.งูพิษที่มีผลต่อระบบเลือด ได้แก่ งูแมวเซา ซึ่งหากถูกกัด จะมีอาการปวดบวมบริเวณรอบแผลเล็กน้อย  และงูกะปะ หากถูกกัดจะพบตุ่มน้ำเลือด และมีเลือดออกจากแผลที่ถูกกัด ส่วนกรณีของงูเขียวหางไหม้ จะมีอาการบวมบริเวณที่ถูกกัด และลามขึ้นค่อนข้างมาก เช่น ถูกกัดบริเวณนิ้วมือ แต่บวมทั้งแขน นอกจากนี้จะมีอาการช้ำเลือด  และพิษของงูจะไปทำให้เลือดในร่างกายไม่แข็งตัว เลือดออกไม่หยุด  หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในสมอง  ปัสสาวะมีเลือดปน เลือดออกตามไรฟัน  หรือพบภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วยได้ 

และ 3.งูพิษที่มีผลทำลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ งูทะเล โดยจะทำให้ปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว ปัสสาวะมีสีเข้มจนถึงสีดำ ปัสสาวะออกน้อยเนื่องจากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจมีหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมคั่งในเลือด

 นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า  หากพบเห็นผู้ที่ถูกงูพิษเหล่านี้กัด เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นงูพิษ ให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ จากนั้นให้ทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  โดยต้องรีบล้างแผลให้สะอาด ห้ามกรีดบาดแผล หรือดูดเลือดออกจากบาดแผลเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดและอาจจะทำให้ผู้ที่เข้าช่วยเหลือได้รับพิษไปด้วย หากมีบาดแผลในช่องปาก นอกจากนี้ห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์ให้พิษงูทำงานเร็วยิ่งขึ้น  ควรจัดให้ผู้ที่ถูกงูกัดอยู่ในท่าที่สบายนอนนิ่งๆ และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด 

นอกจากนี้ให้ใช้ผ้ายืด หรือหาผ้าสะอาดพันรอบอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้กระชับ โดยพันจากส่วนปลายขึ้นมาจนสุดบริเวณอวัยวะถูกกัด แล้วทำการดามด้วยของแข็งเพื่อลดการเคลื่อนไหวของอวัยวะบริเวณที่ถูกกัด แล้วรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ที่สำคัญไม่ควรปฐมพยาบาลด้วยการขันชะเนาะ เพราะหากทำผิดวิธีจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอันตรายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้หากผู้ป่วยฉุกเฉินหยุดหายใจจะต้องรีบทำการฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ทันที

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้เข้าบ้านในช่วงเวลาน้ำท่วมเช่นนี้ ในส่วนของงูนั้นหากเรามีปูนขาวก็สามารถนำปูนขาวมาโรยรอบบริเวณที่เราอยู่อาศัย หรือบริเวณที่เราหนีภัยจากน้ำท่วมก็จะสามารถป้องกันงูได้ และในส่วนของตะขาบ แมงป่อง มักชอบอยู่อาศัยและซุกตัวอยู่ในที่อับชื้นและรก หากเราจำเป็นต้องเข้าไปในที่รกร้างอับชื้นควรแต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้าบู๊ทและใช้ไม้ตีตามจุดต่างๆ เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นตกใจหนีไป